11 ก.พ. 2553

นาซ่าจับมือจีเอ็ม ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ไฮเทคสมองกล

วอชิงตัน – องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือนาซ่า (NASA) และเจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) เผยความร่วมมือครั้งใหม่โดยการผลักดันการพัฒนาหุ่นยนต์เจนเนอเรชั่นล่าสุด รวมถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์อื่นๆเพื่อการประยุกต์ใช้งานสำหรับภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ
ด้วยการใช้เทคโนโลยีชั้นนำอันทันสมัย อาทิ เอดจ์ คอนโทรล (Edge Control), เซ็นเซอร์ (Sensor) และเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการมองเห็น (Vision) ทีมวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์จากนาซ่าและจีเอ็มได้ร่วมมือกันค้นคว้าวิจัยและพัฒนาโครงการนี้ตามข้อตกลง Space Act Agreement ที่ศูนย์อวกาศจอห์นสันของนาซ่า (NASA’s Johnson Space Center) เพื่อสร้างสรรค์หุ่นยนต์สมองกลเลียนแบบมนุษย์ที่สามารถทำงานควบคู่ไปกับพนักงานของทั้งสององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหมายรวมถึงการเอื้อประโยชน์ให้ทางจีเอ็มสามารถผลิตรถยนต์ที่มีความปลอดภัยยิ่งขึ้นในฐานการผลิตรถยนต์ที่ได้รับการยกระดับความปลอดภัยที่สูงขึ้น รวมถึงการช่วยให้นักบินอวกาศของนาซ่าสามารถใช้ประโยชน์จากหุ่นยนต์รุ่นใหม่นี้ได้ในระหว่างการดำเนินภารกิจที่เสี่ยงภัยทั้งหลายในอวกาศ

ความคิดในการนำเอาหุ่นยนต์สมองกลเลียนแบบมนุษย์ ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ที่มีศักยภาพในการบังคับมือของมันในการทำงานที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนเหมือนกับคนมาใช้ ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่แต่อย่างใดในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ หุ่นยนต์นักบินอวกาศ หรือที่รู้จักกันว่า “Robonaut” ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อการท่องอวกาศ และได้รับการสร้างสรรค์โดยแผนกซอฟท์แวร์ โรบ็อทติคส์ และซิมมิวเลชั่นแห่งศูนย์อวกาศจอห์นสัน ด้วยความร่วมมือจากสถาบันโครงการวิจัยเทคโนโลยีขั้นสูงด้านกลาโหม (Defense Advanced Research Project Agency) เมื่อ 10 ปีที่แล้ว โดยตลอดทศวรรษที่ผ่านมานาซ่าได้สั่งสมประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในการคิดค้น และพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับหุ่นยนต์เพื่อการใช้งานในอวกาศด้านต่างๆ ซึ่งมีศักยภาพสูงในการใช้ประโยชน์ได้ดีเป็นอย่างยิ่งเมื่อนาซ่าได้มีโอกาสปฏิบัติภารกิจบนดวงจันทร์อีกครั้ง

ภารกิจร่วมกันดังกล่าวเป็นการสร้างสรรค์ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีที่จะเอื้อประโยชน์ให้จีเอ็มสามารถพัฒนายานพาหนะที่มีความปลอดภัยมากขึ้น และมีคุณภาพยอดเยี่ยม รวมถึงสามารถผลิตยานพาหนะเหล่านั้นในฐานการผลิตที่มีระบบความปลอดภัยที่ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น กลยุทธ์ของจีเอ็มคือการพัฒนากระบวนการประกอบรถยนต์ให้มีการบูรณาการเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์เข้ากับการใช้แรงงานคน นอกจากนี้ จีเอ็มกำลังเร่งมองหาวิถีทางในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาระบบความปลอดภัยของยานพาหนะที่มีสมรรถนะเหนือชั้นสู่โลกแห่งยานยนต์ชั้นนำ

“สำหรับจีเอ็มแล้ว การพัฒนาร่วมกันครั้งนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญในด้านความปลอดภัยของยานพาหนะคุณภาพ และโรงงานผลิต เมื่อเราพูดถึงยานยนต์เพื่ออนาคต ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี เช่น การควบคุมเทคโนโลยีการมองเห็น (Control Censor and Vision) สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อการสร้างสรรค์ระบบความปลอดภัยอันล้ำสมัยสำหรับยานยนต์ได้เป็นอย่างดี” มร. อลัน เทาบ์ รองประธานจีเอ็มโกลบอลฝ่ายวิจัยและพัฒนา แสดงความคิดเห็น “วิสัยทัศน์ของการร่วมมือกันครั้งนี้ คือการสำรวจหนทางใหม่ในการสร้างหุ่นยนต์ที่มีความก้าวล้ำทางด้านเทคโนโลยีเพื่อการทำงานร่วมกันกับมนุษย์ได้อย่างมีความสอดคล้องกลมกลืน ซึ่งจะนำมาสู่การสร้างสรรค์ยานพาหนะที่ดีกว่าและมีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้นในด้านความปลอดภัย ภายใต้สิ่งแวดล้อมการผลิตที่มีศักยภาพในการแข่งขันที่สูงขึ้นไปตามลำดับ”

“ความท้าทายของเราวันนี้คือการสร้างเครื่องจักรที่สามารถช่วยให้ผู้คนสามารถทำงานและสำรวจอวกาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ” มร. ไมค์ โค้ทส์ ผู้อำนวยการศูนย์อวกาศจอห์นสัน กล่าว “การที่หุ่นยนต์อย่าง Robonaut สามารถทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับมนุษย์ หรือไปปฏิบัติภารกิจในสถานที่ที่มีความเสี่ยงมากเกินไปสำหรับมนุษย์ได้ ถือเป็นการขยายขีดความสามารถของเราสำหรับการสร้างสรรค์ และการค้นพบสิ่งต่างๆ ต่อไป”

ด้วยความร่วมมือของทั้งสององค์กร ผนวกกับความช่วยเหลือจากทีมวิศวกรจากบริษัท Oceaneering International Inc. โครงการนี้จะสามารถดำเนินการพัฒนาและสร้างสรรค์หุ่นยนต์ Robonaut รุ่นต่อไปที่มีชื่อเรียกว่า Robonaut2 หรือ R2 โดยเป็นหุ่นยนต์ที่มีคุณสมบัติในการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วกว่า มีสมองกลที่ประมวลผลได้ว่องไวกว่า อีกทั้งยังเป็นหุ่นยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีในการประดิษฐ์ที่มีความทันสมัยกว่า หุ่นยนต์เจนเนอเรชั่นใหม่นี้สามารถใช้มือของมันในการทำงานต่างๆ ได้เหนือกว่าหุ่นยนต์เลียนแบบมนุษย์รุ่นใดๆ ที่เคยมีมา นอกจากนี้มันยังสามารถทำงานร่วมกับคนได้ทั้งภายใต้สิ่งแวดล้อมต่างๆ บนโลกมนุษย์และในอวกาศ

ทั้งนาซ่าและจีเอ็มมีประวัติศาสตร์ที่เข้มข้นและยาวนานในเรื่องของความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีที่มีความสำคัญต่างๆ มากมาย โดยเริ่มจากศตวรรษที่ 60 ด้วยการพัฒนาระบบนำร่องสำหรับการสำรวจอวกาศหลายครั้งด้วยยานอพอลโล ซึ่งได้กลายเป็นพื้นฐานระบบนำร่องภายในสำหรับยานพาหนะในปัจจุบัน และทางจีเอ็มก็



ได้มีบทบาทที่สำคัญในการพัฒนา Lunar Rover Vehicle ซึ่งเป็นยานพาหนะคันแรกที่นำไปใช้ในการสำรวจบนพื้นผิวดวงจันทร์ สำหรับความร่วมมือล่าสุดคือการตั้งเป้าหมายไปยังการพัฒนา และใช้หุ่นยนต์สมองกลเลียนแบบมนุษย์เพื่อขยายโอกาสในการสร้างความก้าวหน้าไปสู่แวดวงเทคโนโลยีหุ่นยนต์ในอีกขั้น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์การนาซ่า กรุณาเยี่ยมชมเวบไซต์: http://www.nasa.gov

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเจนเนอรัล มอเตอร์ส กรุณาเยี่ยมชมเวบไซต์: http://media.gm.com

9 ก.พ. 2553

Zaino ขานรับปีขาล ล้างรถวันนี้โชคดี เฮง เฮง เฮง

กรุงเทพฯ—บริษัท พลัสโฟร์ โปรเซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาสีรถยนต์ Zaino อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยและเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ Professional Car Detailing Complex ให้คำแนะนำทุกด้านเรื่องการดูแลรักษาสีรถยนต์ภายใต้แบรนด์ Zaino ทั่วกรุงเทพฯ ชวนคนรักรถล้างรถรับปีเสือทองด้วยข้อเสนอสุดคุ้มเริ่มต้นเพียง 700 บาท!


ขานรับปีเสือทองด้วยความแรงไม่หยุดยั้ง เมื่อ Zaino ผลิตภัณฑ์ชั้นเซียนมอบข้อเสนอรับปีใหม่ด้วยโปรแกรมล้างรถเคลือบสีด้วยน้ำยา Zaino เริ่มต้นเพียง700 บาท ล้างสีดูดฝุ่นเริ่มต้นเพียง150บาท โดยหากนำผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาสีรถยนต์ของ Zaino ที่ซื้อจากบริษัท พลัสโฟร์ โปรเซอร์วิส มารับบริการเองที่ร้านจะเสียค่าบริการลงน้ำยาเบื้องต้นเพียง 100 บาท พร้อมด้วยซื้อผลิตภัณฑ์ Zaino ทุกตัวรับบริการเสริมพิเศษจากร้านค้าของ Zaino ทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็น ฟรีค่าบริการล้างรถ หรือ ฟรีค่าบริการลงน้ำยา หรือฟรีค่าบริการลงดินน้ำมันขจัดคราบสกปรกบนสีรถก่อนการเคลือบสี ล้างรถด้วยโปรโมชั่นออกตัวแรงรับต้นปีได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
 ผลิตภัณฑ์ Zaino ที่นำเข้าและจัดจำหน่ายโดยบริษัท พลัสโฟร์ โปรเซอร์วิสจะมีสติกเกอร์ของบริษัทฯ ติดกำกับอยู่ด้านหลัง ลูกค้าทุกท่านที่ซื้อผลิตภัณฑ์ Zaino จะได้รับการบริการอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการใหความรู้เรื่องผลิตภัณฑ์ การแนะนำการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างถูกวิธีหากลูกค้าต้องการล้างและขัดเคลือบเองที่บ้าน หรือแม้กระทั่งหากลูกค้านำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการคาร์แคร์ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ Zaino ซึ่งมีอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ก็เสียค่าบริการในการลงน้ำยาเริ่มต้นเพียง 100 บาทเท่านั้น นอกจากนั้นบริษัทฯ ยังรับประกันคุณภาพของน้ำยารวมไปถึงการหมดอายุของน้ำยาด้วยการเปลี่ยนให้ใหม่ทันทีอีกด้วย ซึ่งต่างจากลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์มาจากที่อื่นจะต้องเสียค่าบริการเริ่มต้นรายการละถึง 200 บาท
ลูกค้าที่สนใจประสิทธิภาพความเงางาม สามารถนำรถยนต์ที่ท่านรักเข้ารับบริการ ด้วยผลิตภัณฑ์ Zaino ได้ที่ศูนย์บริการ Professional Car Detailing Complex ของ Zaino ที่ได้รับการแต่งตั้งทั่วกรุงเทพฯ ที่ได้มาตรฐานเดียวกันทั้งในเรื่องของราคาและการบริการ พร้อมทั้งเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ Zaino ที่นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างถูกกฏหมาย รับบริการล้าง และขัดเคลือบสี รวมทั้งรับบริการอื่นๆ ได้ในคราวเดียวอย่างสะดวกสบาย
  • ร้าน Autogeek .เพชรบุรีตัดใหม่ โทร 081-853-6166
  • ร้าน Clean Corner ซ.ลาดพร้าว 48 โทร 086-320-2110
  • ร้าน Ideas Wash & Wax ถ.พระราม5 โทร 081-00000-34
  • ร้าน Wax Clinic ถ.สุขาภิบาล1 โทร 081-925-1010
  • ร้าน Wash At Me ถ.พระราม3 โทร 084-424-3888
  • ร้าน Wash Me Please แยกแคราย โทร 081-467-1341
  • ร้าน Wash’s Happen! ถ.พระราม9 โทร 081-555-4725
  • ร้าน @ Wash Station 1 ถ.กาญจนาภิเษก โทร 089-708-0800
  • ร้าน @ Wash Station 2 .กระทุ่มแบน โทร 089-638-6999
  • ร้าน Prodrive Shop ถ.รัชดาภิเษก โทร 089-996-9900
  • ร้าน BRC หมู่บ้านวินด์มิลล์ ถ.บางนาตราด โทร 081-616-4523
  • ร้าน WasHeaven ถ.ราชพฤกษ์ โทร 085-562-3344

เมอร์เซเดส-เบนซ์เอส คลาสย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถหรู



กรุงเทพฯ เมอร์เซเดส-เบนซ์ส่งสุดยอดแห่งยนตรกรรมระดับแฟล็กชิพ “the new generation S-Class” สู่ตลาด ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถหรู
 ยนตรกรรม S-Class  โฉมปัจจุบัน รหัสตัวถัง W 221 เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2005  ประสบความสำเร็จด้วยยอดขายทั่วโลกกว่า 270,000 คัน ทำให้ S-Class  เป็นรถหรูที่ได้รับความนิยมสูงสุด ซึ่งต่อยอดความสำเร็จมาจากรุ่น 220 ในปี 1951 ในปีนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์นำเสนอ the new generation S-Class  ให้เป็นต้นแบบแห่งสุดยอดยนตรกรรมหรูระดับพรีเมี่ยมที่โดดเด่นทั้งด้านสมรรถนะ เทคโนโลยีระบบความปลอดภัยที่เป็นเลิศ  นวัตกรรมอันล้ำสมัยที่ให้ความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสาร และยังเป็นยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
The new generation S-Class มาพร้อมกับเครื่องยนต์รุ่นใหม่ซึ่งมีทั้งเบนซินและดีเซลที่นอกจากจะเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่แล้ว ยังมีประสทธิภาพในการประหยัดน้ำมันที่เป็นเยี่ยม  นอกจากนี้เจนเนอเรชั่นที่ 9 ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ S-Class ยังได้บุกเบิกนวัตกรรมและเทคโนโลยีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ระบบเซ็นเซอร์ที่รายล้อมตัวรถ รวมทั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์และ Intelligent partner ระบบช่วยเหลือในการขับขี่แบบอัตโนมัติต่างๆอีกมากมาย ที่จะปกป้องผู้โดยสารไปตลอดการเดินทาง ทั้งยังสามารถเพลิดเพลินไปกับอุปกรณ์ความบันเทิงที่สร้างสรรค์มาเป็นพิเศษ the new generation S-Class จึงเป็นผู้นำของยนตรกรรมหรู ในทุกๆด้าน 
เครื่องยนต์ทรงพลังทั้งเบนซินและดีเซล
ในปี 2010 นี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์นำเสนอ “the new generation S-Class” พร้อมกันถึง 3 รุ่น ทั้งที่เป็นเครื่องยนต์แบบเบนซิน แบบวี 6 และ วี 8 และดีเซลคอมมอนเรล วี 6 ได้แก่ S 300 L, S 500 L และ S 350 CDI BlueEFFICIENCY L โดยเฉพาะรุ่นดีเซลเป็นแบบ BlueEFFICIENCY ที่ได้รับการปรับโครงสร้างของรถเพื่อเพิ่มแอโรไดนามิค หรือให้มีความลู่ลมมากที่สุด เพื่อให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ทำงานพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 7G-TRONIC รถรุ่นนี้สามารถลดปริมาณคาร์บอนไดอ๊อกไซค์ถึง 7 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างไรก็ดี การปรับโครงสร้างของรถเพื่อเพิ่มแอโรไดนามิคครั้งนี้  ทำให้ลดเสียงดังจากการปะทะของลมมากขึ้น
 S 300 L มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด V6 ปริมาตรกระบอกสูบ 2,997 ซีซี พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ ให้แรงม้าสูงสุด 161  กิโลวัตต์ / 219 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที ให้แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตรที่ 2,500 – 5,000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่ 8.2 วินาที ให้ความเร็วสูงสุดที่ 245 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองโดยเฉลี่ย 10.8กม./ลิตร อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยเฉลี่ย 219 กรัม/กม.
 S 350 CDI BlueEFFICIENCY L มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด V6 ปริมาตรกระบอกสูบ 2,987 ซีซี พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ ให้แรงม้าสูงสุด 155  กิโลวัตต์ / 211 แรงม้าที่ 3,800 รอบต่อนาที ให้แรงบิดสูงสุด 540 นิวตันเมตรที่ 1,600–2,400 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0–100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่ 7.8 วินาที ให้ความเร็วสูงสุดที่ 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองโดยเฉลี่ย 12.9 กม./ลิตร อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยเฉลี่ย 202 กรัม/กม.
S 500 L มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด V8 ปริมาตรกระบอกสูบ 5,462 ซีซี พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ ให้แรงม้าสูงสุด 285 กิโลวัตต์ / 388 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที ให้แรงบิดสูงสุด 530 นิวตันเมตรที่ 2,800 – 4,800 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่ 5.4 วินาที ให้ความเร็วสูงสุดที่ 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองโดยเฉลี่ย 8.8 – 9.0 กม./ลิตร อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยเฉลี่ย 260 กรัม/กม.
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ในยนตรกรรม S-Class
หนึ่งในมาตรฐานความปลอดภัย เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้พัฒนาระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่เพื่อช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและได้เริ่มติดตั้งทั้งในยนตรกรรม E- และ S-Class ซึ่งระบบนี้จะทำงานเหมือนเป็นเพื่อนผู้ร่วมทางให้ผู้ขับขี่แบบชาญฉลาด  รถเมอร์เซเดส-เบนซ์จึงสามารถทำหน้าที่ปกป้อง คือมอง เห็นและมีความ รู้สึกในการตอบรับจากอันตรายหรืออุบัติเหตุต่างๆที่อาจเกิดขึ้นหรือให้เราได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

“เช่นเดียวกับการค้นพบนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในรุ่นก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็น ABS, ESP®, Brake Assist และ PRE-SAFE®, เทคโนโลยีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่นี้ได้พัฒนาให้ทำงานสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง รวมถึงผลที่ตามมาหลังจากการเกิดอุบัติเหตุนั้นๆ” ศาสตราจารย์ ดร. อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ ประธานบริหาร บริษัทเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) กล่าว “ระบบต่างๆ ที่วิศวกรของเราคิดค้นขึ้นมา เกิดจากความมุ่งมั่นที่จะป้องกันอุบัติเหตุในรูปแบบต่างมิให้เกิดขึ้น และไม่เพียงแต่จะปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่อยู่ในรถยนต์ S-Class  เท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนท่านอื่นๆ อีกด้วย” ศ. ดร. เพาฟเลอร์ กล่าวเสริม
The new generation S-Class ยังประกอบไปด้วยนวัตกรรมอันล้ำสมัยเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร อันประกอบด้วย ATTENTION ASSIST ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ นวัตกกรรมใหม่ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการขับขี่ทางไกล ขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็ว 80 – 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเซ็นเซอร์ภายในรถจะทำหน้าที่ตรวจสอบและวิเคราะห์ลักษณะการขับขี่ต่างๆ พร้อมทั้งส่งสัญญาณเสียงและภาพเตือนทันที Adaptive Highbeam Assist ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติช่วยให้ทัศนวิสัยการขับขี่ยามค่ำคืนเป็นไปอย่างชัดเจนและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น Night View Assist Plus ระบบช่วยการมองเห็นยามค่ำคืน ประกอบด้วยเสงอินฟาเรดและกล้องขนาดเล็กเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการมองเห็นและลดอุปสรรคสำหรับการขับขี่ในเวลากลางคืน 
นอกจากนี้ the new generation S-Class ยังประกอบด้วย COMAND APS ระบบมัลติมีเดียซึ่งควบคุมการทำงาน ให้ผู้โดยสารสามารถเข้าถึงทุกฟังค์ชั่นอย่างง่ายดายและรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ วิทยุ และเครื่องเล่นดีวีดีที่รองรับไฟล็เพลงแบบ MP3 หรือเลือกสั่งการทำงานโดยใช้เสียง ผ่านระบบ LINGUATRONIC ทั้งยังสามารถบันทึกเพลงโปรดในหน่วยความจำ ได้มากถึง 2,500 เพลง (MUSIC REGISTRATION) และจอภาพแสดงผลแบบ SPLITVIEW ซึ่งสามารถแสดงภาพสองมุมมองภายใต้จอแสดงผลเดียว เป็นครั้งแรกของโลกยานยนต์ ในการนำเทคโนโลยีชั้นสูงนี้มาใช้ ซึ่งในขณะที่ผู้ขับขี่อ่านแผนที่จากระบบ NAVIGATION ผู้โดยสารด้านหน้าก็สามารถชมภาพยนตร์จากเครื่องเล่นดีวีดีได้ นับเป็นเทคโนโลยีที่หรูหราสมฐานะในระดับ S-Class อย่างแท้จริง

The new generation S-Class มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ที่เพิ่มความโดดเด่นภูมิฐานและหรูหราด้วยโคมไฟคู่หน้าโฉมใหม่ไฟไบซีนอนเพิ่มหลอดไฟแบบ LED ที่ด้านล่าง ทำให้ส่องสว่างกว่าเดิมถึง 10 เท่า และทำงานควบคู่กับระบบส่องสว่างอัจฉริยะ (ILS – Intelligent Light System) กับระบบปรับโคมไฟหน้าตามการเลี้ยวของพวงมาลัย  กันชนหน้าและหลังแบบใหม่มาพร้อมกับหลอด LED และไฟท้ายที่เพิ่มมุมมองแบบสปอร์ตขึ้นด้วยเทคโนโลยี LED ถึง 52 ดวงในรูป “C คู่ที่ส่องสว่างไกล ให้รถที่ตามมาเห็นสัญญาณไฟได้ชัดเจนยิ่งขึ้นในยามค่ำคืน
The new generation S-Class สนนราคาที่

S 300 L
 7,799,000 บาท
S 350 CDI BlueEFFICIENCY L
7,999,000 บาท
S 500 L
10,999,000 บาท


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ the new generation S-Class ได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์         เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ 

5 ก.พ. 2553

เชฟโรเลต ชวนสัมผัส อาวีโอ 1.6 ลิตร

กรุงเทพฯ เชฟโรเลต จัดกิจกรรมโรดโชว์ทั่วประเทศ เชิญชวนผู้สนใจสัมผัสอาวีโอ 1.6 ลิตรอย่างใกล้ชิดพร้อมทดสอบลองขับสมรรถนะที่เหนือกว่าของเครื่องยนต์ 1,600 ซีซี และช่วงล่างยูโรไรด์ เอกลักษณ์เฉพาะของเชฟวี่ อาวีโอ พร้อมร่วมเล่นเกมแข่งรถผ่านโทรศัพท์มือถือบนจอแอลอีดีเคลื่อนที่ครั้งแรกในประเทศไทย และกิจกรรมสุดมันส์อื่นๆ พร้อมรับของรางวัลอีกมากมาย    

บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ขนทัพรถอาวีโอ 1.6 ลิตร รถยนต์ซับคอมแพกต์ซีดานที่มาพร้อมกับขุมพลังใหม่ จัดกิจกรรมโรดโชว์ทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ทดสอบลองขับพิสูจน์สมรรถนะเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 1,600 ซีซี ที่มีพละกำลังมากกว่าเดิม และช่วงล่างยูโรไรด์ แน่นหนึบเอกลักษณ์เฉพาะของเชฟโรเลต นอกจากนี้ เชฟโรเลต ยังมีแคมเปญพิเศษสำหรับผู้ที่จับจองรถอาวีโอ รวมถึงรถเชฟโรเลต รุ่นอื่นๆภายในงานกิจกรรมครั้งนี้อีกด้วย 
ในงานโรดโชว์ เชฟโรเลต อาวีโอ ขุมพลัง 1.6 ลิตร ยังมีกิจกรรมสุดมันส์สไตล์ Chevy Drift & Greetอีกหลากหลายรูปแบบ อาทิ โชว์การขับสตันท์ไดรเวอร์ และโชว์ดริฟท์รถอาวีโอจากนักแข่งรถชั้นนำ ร่วมเล่นเกมแข่งรถผ่านโทรศัพท์มือถือบนจอแอลอีดีเคลื่อนที่ครั้งแรกในประเทศไทย รวมถึงมินิคอนเสิร์ต และกระทบไหล่ดาราคนโปรดอีกมากมาย

พบกิจกรรมโรดโชว์ และทดลองขับอาวีโอ 1.6 ลิตร ขับมันส์กว่า แรงกว่าเดิม ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มีนาคม 2553 ที่ได้ที่โชว์รูมทุกสาขาทั่วประเทศ และนอกจากนั้น เชฟโรเลตยังจัดกิจกรรมมันส์ๆ ให้กับทุกท่าน

กิจกรรมโรดโชว์ 
เชฟโรเลตจัดกิจกรรมโรดโชว์ย่อย สำหรับอาวีโอ 1.6 ลิตร ให้ผู้สนใจสามารถสัมผัสรถซับคอมแพกต์ซีดานสำหรับคนรุ่นใหม่อย่างใกล้ชิด ตามสถานที่ต่างๆทั่วกรุงเทพฯ ดังนี้ 

เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ                                            วันที่ 4 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00-22.00น.
เซ็นทรัล พระราม 2                                            วันที่ 5 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00-17.00น.
อาร์ซีเอ                                                วันที่ 5 กุมภาพันธ์ เวลา 18.00-24.00น.
สยามสแควร์ ซอย 2                                           วันที่ 6 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00-17.00น.
เมเจอร์รัชโยธิน                                                 วันที่ 9 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00-20.00น.

การทดสอบขับ
นอกจากนั้น เชฟโรเลตยังจัดการทดสอบขับอาวีโอ 1.6 ลิตร ทดลองขับกันแบบมันส์ๆ กับสนามทดสอบขับ ที่จัดสนามขึ้นมาพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

เอสพลานาด (ลานด้านหลังศูนย์การค้า)                     วันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00- 20.00น.
พัทยา ลานจอดด้าน เอ๊กซ์ ไซท์ ผับ                        วันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00-20.00น.
นครสวรรค์ ตลาดสด ศรีนคร                                   วันที่ 26-27 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00-22.00น.
เชียงใหม่ บิ๊กซี ดอนจั่น                             วันที่ 6-7 มีนาคม เวลา 10.00-20.00น.
หนองบัวลำภู สนามนเรศวรมหาราช                          วันที่ 13-14 มีนาคม เวลา 10.00-20.00น.
ภูเก็ต ศูนย์การค้า โฮมเวิร์ค                                   วันที่ 20-21 มีนาคม เวลา 10.00-20.00น.
หาดใหญ่ โรบินสัน                                   วันที่ 27-28 มีนาคม เวลา 10.00-20.00น.

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และลงทะเบียนเพื่อการทดสอบขับได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1734 หรือ www.chevrolet.co.th