11 มิ.ย. 2551

MAZDA 3 ยอดขายเดือนเดียวทะลุ 431 คัน



มาสด้า3 ยอดขายเดือด
เดือนเดียวทะลุ 431 คัน

กรุงเทพฯ – ประเทศไทย, 9 มิถุนายน 2551 – บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยยอดการจำหน่ายรถยนต์มาสด้าประจำเดือนพฤษภาคม 2551 มีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 1,181 คัน โดยเฉพาะรถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า3 ที่สามารถทำยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ทะลุ 431 คัน เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ปี นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2548 เป็นต้นมา ซึ่งตลอด 2 เดือนที่ผ่านมามาสด้าโหมกิจกรรมทางด้านการตลาดอย่างต่อเนื่องโดยจัดแสดงโรดโชว์มาแล้วทั่วประเทศ ทำให้ยอดขายยังคงเติบโตเพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง โดยมาสด้า3 คว้ารางวัลต่าง ๆ จากทั่วโลกมาแล้วถึง 94 รางวัล รวมทั้งล่าสุดรางวัล “รถยอดเยี่ยมประจำปี 2551” ในประเภทแฮตช์แบคเครื่องยนต์ไม่เกิน 2,000 ซีซี ที่ประเทศไทยด้วย นอกจากนี้มาสด้ายังเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อรองรับพลังงานทดแทนในอนาคต โดยเฉพาะการสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และการสร้างความพึงพอใจแก่ผู้จัดจำหน่าย ตลอดจนลูกค้ามาสด้า
มร. จอห์น เรย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "มาสด้าทำสถิติยอดขายประจำเดือนพฤษภาคม 2551 ได้สูงเป็นประวัติการณ์ โดยรถยนต์นั่งมาสด้า3 ซึ่งยังคงความร้อนแรงอย่างต่อเนื่องและยังคงได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างมาก สามารถทำยอดขายรวมทั้งสิ้น 431 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ และยังเป็นยอดขายที่สูงที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2548 เป็นต้นมา ในส่วนของรถสปอร์ตปิคอัพมาสด้า บีที-50 โฉมใหม่ที่มาพร้อมระบบช่วงล่างอัจฉริยะ DE-S ก็ได้รับความสนใจอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้าชาวต่างจังหวัด เช่นเดียวกับ Mazda MX-5 รถสปอร์ตโรดสเตอร์ยอดนิยมหลังคาเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าเร็วที่สุดในโลกก็สามารถทำยอดขายที่น่าพอใจ”
นางสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "นอกจากยอดการจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 2551 จะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ยังนับว่าเราประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง เนื่องจากมาสด้าได้ดำเนินการตลาดในเชิงรุก และเรามุ่งมั่นในการสื่อสารโดยตรงกับลูกค้า โดยเฉพาะการจัดงานแสดงโรดโชว์ทั้ง 12 จังหวัดทั่วประเทศ ลูกค้าให้ความสนใจและเข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก ความสนุกสนานและเสียงตอบรับจากลูกค้าก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้งานประสบความสำเร็จในทุกๆจังหวัดที่เราจัดงาน ทั้งนี้มาสด้าจะยังคงเน้นสื่อสารเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าและตรงตามกลุ่มเป้าหมาย สิ่งเหล่านี้จึงเป็นบทพิสูจน์ในการดำเนินการทางการตลาดที่มาถูกทาง และความสำเร็จจากการสร้างแบรนด์และการสร้างการรับรู้ในคุณภาพของรถยนต์มาสด้า"


ดังนั้นโอกาสรับสิทธิพิเศษให้คุณเป็นเจ้าของรถยนต์สปอร์ตสายพันธุ์จากมาสด้าได้ง่ายขึ้น ด้วยโปรแกรมพิเศษสำหรับกลุ่มอาชีพเฉพาะผู้มีบัญชีเงินเดือนกับธนาคารกรุงไทย สำหรับรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 เงินดาวน์ 0 เปอร์เซ็นต์ อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 1.99 เปอร์เซ็นต์ ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 84 เดือน พร้อมรับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี และเพื่อความอุ่นใจตลอดการเดินทางมาสด้ายินดีมอบบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นานสูงสุดถึง 3 ปี รถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า3 ที่สามารถเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 รับสิทธิพิเศษมากมายเช่นกัน ให้คุณเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 775,900 บาท เงินดาวน์ 0 เปอร์เซ็นต์ อัตราดอกเบี้ยต่ำสุดเริ่มต้นเพียง 1.59 เปอร์เซ็นต์ ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 84 เดือน พร้อมความอุ่นใจตลอดการเดินทางรับฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงนานถึง 3 ปี สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมของเงื่อนไขแคมเปญพิเศษนี้ได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ หรือ มาสด้า สปีดไลน์ โทรศัพท์ 0-2661-9880
ดังนั้นลูกค้ามาสด้าทุกท่านไม่ควรพลาดโอกาสการในการเป็นเจ้ายานยนต์สายพันธุ์สปอร์ตจากมาสด้า ที่ให้ความสนุกสนานในการขับขี่ที่เร้าใจ สมรรถนะเป็นเยี่ยม ให้ความมั่นใจในความปลอดภัย อบอุ่นใจตลอดการเดินทาง พร้อมทดลองขับก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของ และรับข้อเสนอสุดพิเศษจากมาสด้าได้แล้ววันนี้
รถยนต์ของมาสด้าเป็นที่คุ้นเคยในเมืองไทยมานานกว่า 57 ปี และยังคงดำเนินบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทย มาสด้ามุ่งมั่นในการนำอารมณ์สนุกสนานวัยเด็กกลับมาสู่ทุกท่านอีกครั้ง ด้วยการผลิตรถยนต์ภายใต้แนวคิด "ซูม-ซูม" อันเปี่ยมไปด้วยคุณลักษณะแห่งความ "ท้าทาย" "สร้างสรรค์" และ "ร่าเริง" เพื่อให้ทุกการขับขี่ของคุณไม่ใช่เพียงการเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง นอกเหนือจากยนตรกรรมอันทรงเอกลักษณ์แล้ว เรายังทุ่มเทอย่างหนักในการพัฒนาการบริการหลังการขายเพื่อให้ลูกค้าของมาสด้าทุกคนได้รับความพึงพอใจ เพราะเรายึดมั่นว่า รอยยิ้มของท่านคือความภาคภูมิใจของเรา
เชิญสัมผัสและทดลองขับรถยนต์นั่งสปอร์ตซีดานมาสด้า3 และสปอร์ตปิคอัพมาสด้า BT-50 สปอร์ตปิคอัพ พลังแรง และรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ที่ไบเทค บางนา และที่โชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานของมาสด้า 90 แห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ มาสด้า สปีดไลน์ หมายเลขโทศัพท์ 0-2661-9880 หรือต่างจังหวัดโทรฟรี ได้ที่หมายเลข 1-800-226-408

GM ชู E85 พลังงานทางเลือกใหม่ มีมลพิษต่ำ ลดต้นทุน การนำเข้าน้ำมัน


จีเอ็ม ชู “E85” พลังงานทางเลือกใหม่
มีมลพิษต่ำ ลดต้นทุนการนำเข้าน้ำมัน


กรุงเทพ – “ในภาวะวิกฤติการณ์ราคาน้ำมันดังเช่นปัจจุบัน E85 พลังงานทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูง ราคาย่อมเยา และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในอนาคตอันใกล้” มร. สตีฟ คาร์ไลส์ ประธานกรรมการ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส เซาท์อีสต์เอเชีย โอเปอเรชั่นส์ และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

จีเอ็ม และบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ ในประเทศไทย ต่างเห็นพ้องต้องกันในการสนับสนุนการใช้เชื้อเพลิง E85 ซึ่งมีส่วนผสมของเชื้อเพลิงเอธานอล 85 เปอร์เซ็นต์ และนำมันปิโตรเลียม 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่มีความสะอาดมากกว่า ให้มลพิษต่ำ และช่วยลดภาวะโลกร้อน นอกจากนั้น เชื้อเพลิงเอธานอล E85 ยังเป็นเชื้อเพลิงที่มีต้นทุนการผลิตต่ำอันเนื่องมาจากมีส่วนผสมของน้ำมันปิโตเลียมเพียง 15% ที่สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ทั้งในด้านการสร้างงานภาคการเกษตรอย่างมาก และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญยังเป็นการสร้างเสถียรภาพทางพลังงานของประเทศอีกด้วย

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีการนำเข้าน้ำมันปิโตรเลียมถึง 87 เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง 80 เปอร์เซ็นต์คิดเป็นการนำเข้าเพื่อใช้ในภาคการขนส่ง

เป็นเวลากว่า 7 ปีมาแล้วที่ประเทศไทยได้มีการนำพลังงานชีวภาพมาใช้ โดยในปี 2544 ประเทศไทยได้เริ่มใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มี เอธานอลเป็นส่วนผสม 10 เปอร์เซ็นต์ “จีเอ็ม อยากเห็นความตื่นตัวในการหันมาใช้รถยนต์ E85 ซึ่งเทคโนโลยีที่รองรับเชื้อเพลิง E85 นั้นมีความพร้อมอยู่แล้ว และรถยนต์ E85 ก็มีโอกาสมาวิ่งอยู่บนถนนในเมืองไทยในเวลาอันใกล้นี้ ตามความเป็นจริงแล้ว จีเอ็มหวังที่จะเปิดตลาดรถยนต์ E85 ภายใน 2-4 ปีนี้ ในปัจจุบัน จีเอ็ม มีอัตราการผลิตรถยนต์ E85 เพื่อจำหน่ายในตลาดโลกกว่า 400,000 คันต่อปี ซึ่งทำให้ปัจจุบันมีรถยนต์ E85 ของจีเอ็มวิ่งอยู่บนท้องถนนถึงกว่า 2 ล้านคันทั่วโลก” มร.คาร์ไลส์กล่าวย้ำ

“ประเทศไทยนั้นได้เปรียบตรงที่ได้เริ่มพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญไปมากแล้ว เวลานี้จึงควรดำเนินการพัฒนางานชิ้นสำคัญนี้ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง” มร. คาร์ไลส์ยังกล่าวต่อไปอีกว่า “การที่จะผลักดันเชื้อเพลิง E85 เข้าสู่ตลาดนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และผู้บริโภค เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ โดยภาครัฐควรให้การสนับสนุนในด้านการค้นคว้าวิจัย และควรพิจารณาการเพิ่มมาตรการจูงใจ เพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยและเชื้อเพลิงชนิดใหม่นี้”

ในประเทศไทย เชฟโรเลต ได้ริเริ่มแนวทางแก้ไขปัญหาระยะสั้นหลายประการ อาทิ รถยนต์เชฟโรเลต ออพตร้า
ซีเอ็นจี และรถกระบะเชฟวี่ โคโลราโด ซีเอ็นจี ซึ่งขับเคลื่อนด้วยพลังงานก๊าซธรรมชาติแบบอัด ซึ่งเชฟโรเลต เป็นรายแรกและรายเดียวที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในประเทศอย่างแพร่หลายพร้อมรับรองความมั่นใจให้กับลูกค้าอย่างเต็มที่ นอกจากนี้แล้ว เชฟโรเลตยังวางแผนที่จะแนะนำรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงเอธานอล อี 20 ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดตัวในเมืองไทยได้ช่วงปลายปีนี้ และพร้อมที่จะดำเนินการการผลิตรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง อี85 ได้อย่างรวดเร็วหากว่าภาครัฐมีนโยบายที่ชัดเจนและเหมาะสม

e-news จาก BENZ



http://www.asia.mercedes-benz.com/dsclight/dsclight_adapter.php?oap=on&OAPcountry=thailand&OAPmodule=enews-latest-th

5 มิ.ย. 2551

ทาทา ยัง ฟอร์ด แอมบาสเดอร์





แคมเปญ “ฟอร์ด โฟกัส ทาทา ยัง”

แคมเปญ “ฟอร์ด โฟกัส ทาทา ยัง” เป็นแคมเปญการตลาดแรก ที่เริ่มใช้ ฟอร์ด แอมบาสซาเดอร์คนแรกของเมืองไทย “ทาทา ยัง” ซูเปอร์สตาร์สาวที่มีคุณสมบัติเหมือนกับรถของฟอร์ด และเป็นตัวแทนฟอร์ดในการสร้างสีสันและความสุข เพื่อให้ "ทุกวันเป็นวันของคุณ" สำหรับลูกค้าฟอร์ดและผู้ที่ได้สัมผัสแบรนด์ฟอร์ดทุกคน ทั้งนี้ ทาทา ยัง เป็นตัวแทนของกลุ่มเป้าหมายของฟอร์ดโฟกัส นั่น คือ คนเมืองที่มีไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ ที่เปี่ยมความสามารถ บุคลิกโดดเด่น มั่นใจ และเป็นตัวของตัวเอง

ก่อนที่จะเริ่มแคมเปญการตลาดอย่างครบวงจรนี้ ฟอร์ด ประเทศไทยได้มอบ ฟอร์ด โฟกัส TDCi สีน้ำเงิน Racing Blue ให้ศิลปินสาวสุดฮอต ใช้เป็นพาหนะคู่ใจ เพื่อสัมผัสกับประสบการณ์ประทับใจในการขับขี่ด้วยตนเอง หัวใจหลักในการสื่อสารแคมเปญนี้ จึงให้ทาทา ยัง เป็นผู้บอกเล่าประสบการณ์ประทับใจจากการได้ครอบครองและขับขี่ฟอร์ด โฟกัส ที่เธอได้สัมผัสกับ 3 จุดเด่นของฟอร์ด โฟกัส อย่างชัดเจน คือ
1. สมรรถนะการขับขี่ ที่สามารถควบคุมรถได้ดังใจคิด ไม่ว่าจะเข้าโค้ง เร่งแซง หรือเลี้ยวมุมใดๆ ก็มั่นใจด้วยเกียร์ธรรมดาระบบ 6-speed dual mass flywheel ของเครื่องดีเซล TDCi หรือ เกียร์ออโตเมติกระบบ automatic sequential sports shift ของเครื่องยนต์ E20 พร้อมทั้งระบบกันสะเทือนอิสระ 4 ล้อ การทรงตัวที่ดีเยี่ยม
2. ความปลอดภัย จากการออกแบบโครงสร้างที่ช่วยกระจายแรงกระแทกออกไปจากตัวห้องผู้โดยสาร อุปกรณ์และโครงสร้างด้านความปลอดภัยเต็มพิกัด เช่น ระบบเบรก ABS และ EBD, ถุงลมนิรภัย คานกันกระแทกด้านข้าง และระบบเข็มขัดนิรภัยดึงกลับอัตโนมัติ
3. ทางเลือกของเครื่องยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง มีทั้งเครื่องยนต์เบนซิน E20 ขนาด 1.8 และ 2.0 ลิตร ที่สามารถเติมได้ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงเบนซิน 95 แก๊สโซฮอล์ E10 และ แก๊สโซฮอล์ E20 และเครื่องยนต์ดีเซล ดูราทอร์ค เทอร์โบดีเซล คอมมอนเรล TDCi แรงบิด 320 นิวตัน-เมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 1,800 รอบ ต่อนาที ที่แรงและประหยัดน้ำมันหนึ่งเดียวในตลาดของรถระดับเดียวกัน

รูปแบบโฆษณา
ความคิดสร้างสรรค์ในการโฆษณาครั้งนี้ ได้ดึงบุคลิกอันโดนเด่นของทาทา ยัง ที่มีชีวิตชีวา เปี่ยมพลัง โฉบเฉี่ยวทันสมัย แสดงออกด้วยการเคลื่อนไหวที่เต็มไปด้วยพลัง เป็นองค์ประกอบหลัก ร่วมกับรถฟอร์ด โฟกัส พาหนะคู่ใจของทาทา ยัง เป็นภาพหลัก (key visual) ที่ใช้ในแคมเปญการสื่อสารนี้ รวมทั้งเส้นสายประกอบที่สื่อถึงการเคลื่อนไหว พุ่งทะยานได้ดังใจคิด ไม่ว่าจะบนท้องถนนหรือสนามแข่ง โดยใช้สีหลักของภาพแต่ละชุดให้สอดคล้องกับใจความสำคัญที่ต้องสื่อสาร เช่น สีเขียว ที่สื่อถึงความสดใส และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับโฆษณาที่สื่อถึงทางเลือกสำหรับเครื่องยนต์ของฟอร์ด โฟกัส ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า ทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซินที่รองรับแก๊สโซฮอล์ E20 และเครื่องยนต์ดีเซลTDCi ที่ประหยัดน้ำมันสูงและ สีน้ำเงิน สื่อถึงความมั่นใจต่อประสิทธิภาพในการขับขี่และควบคุมฟอร์ด โฟกัสได้ดังใจ เปรียบเหมือนชุดสีน้ำเงินของนักแข่งทีมฟอร์ดในสนามระดับโลก และสีส้ม ที่สะดุดตาและเห็นได้ในระยะไกล และใช้ บนท้องถนนเพื่อเตือนให้ระวังเรื่องความปลอดภัย ดังนั้นฟอร์ดจึงเลือกใช้เพื่อชูจุดเด่นเรื่องความปลอดภัยอันโดดเด่นและมีชื่อเสียงของฟอร์ดโฟกัส โดยภาพหลักนี้ได้นำมาประยุกต์ใช้กับทุกสื่อของแคมเปญสื่อสารดังกล่าว

การเลือกใช้สื่อ
เนื่องจากกลุ่มเป้าหมาย เป็นกลุ่มคนเมืองที่ทำงานในออฟฟิศ และมีรูปแบบการใช้ชีวิตทันสมัย จึงเลือกใช้สื่อผสมผสานแบบเต็มรูปแบบ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ได้แก่
1. วิทยุ – เน้นสถานีวิทยุของคนทำงาน คนเมือง โดยมีสปอตวิทยุ เป็นเสียงของทาทา ยัง คุยกับ วู้ดดี้ พิธีการชื่อดัง ในรูปแบบเพื่อนคุยกัน เพื่อเน้นถึงการแชร์ประสบการณ์การขับขี่ฟอร์ด โฟกัสจากผู้ใช้ให้กับเพื่อนๆ ที่สร้างความใกล้ชิด
2. รถไฟฟ้า – เป็นสื่อสมัยใหม่ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและประชาชนทั่วไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดสื่อหนึ่งในปัจจุบัน โดยฟอร์ดได้ทำการโฆษณาบนตัวรถไฟฟ้าภายนอกและโปสเตอร์ที่ติดภายในรถ รวมทั้งป้ายโฆษณาที่จุดขายตั๋วในทุกสถานี
3. ป้ายโฆษณา – ทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ชลบุรี ขอนแก่น หัวหิน หาดใหญ่ และภูเก็ต โดยในกรุงเทพฯ ได้เลือกป้ายโฆษณาขนาดยักษ์ที่ MBK ซึ่งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีป้ายโฆษณาบนทางด่วนบริเวณแจ้งวัฒนะ และบางนา ที่มีผู้สัญจรผ่านเป็นจำนวนมาก
4. เว็บไซต์ – เป็นสื่อสมัยใหม่ที่เข้าถึงตัวกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพในปัจจุบัน โดยฟอร์ดได้จัดป้ายโฆษณาบนเว็บไซต์ที่กลุ่มเป้าหมายนิยมอ่าน เช่น ผู้จัดการออนไลน์ ฮอทเมล์ ไฮไฟฟ์ สนุกดอทคอม และสยามสปอร์ต
5. นิตยสารไลฟ์สไตล์ ชั้นนำ
6. โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ – นับเป็นจุดสำคัญที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของฟอร์ดจะได้สัมผัสประสบการณ์ทั้งแบรนด์ฟอร์ดและการทดลองขับขี่รถยนต์ของฟอร์ดอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนั้นฟอร์ด จึงเน้นการป้ายแบนเนอร์นอกโชว์รูม ป้ายแบนเนอร์และโปสเตอร์ต่างๆ และวีดิทัศน์ทาทา ยัง สำหรับโชว์รูม

แคมเปญส่งเสริมการขายพิเศษ "ฟอร์ด โฟกัส"
เพื่อตอกย้ำความมั่นใจในคุณภาพมาตรฐานยุโรปของฟอร์ด โฟกัส และสร้างประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ บริษัทฯ นำเสนอ "แพ็คเกจ 5-5-5" คือ การรับประกันคุณภาพ 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร ค่าบำรุงรักษาฟรี 5 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินฟรี 5 ปี นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังกระตุ้นการตัดสินใจในการเป็นเจ้าของและสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ที่เร้าใจ บริษัทฯ จึงมอบ ดอกเบี้ย 0% และผ่อนสบายเริ่มต้นที่ 9,999 บาทต่อเดือน

นอกจากการสื่อสารผ่านสื่อต่างๆ แล้ว ฟอร์ดยังได้จัดกิจกรรมการตลาดอื่นๆ ได้แก่ การนำรถฟอร์ด โฟกัส จัดแสดงตามสถานที่ต่างๆ ที่เข้าถึงตัวลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เช่น อาคารสำนักงานย่านใจกลางธุรกิจ ห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต สำนักงานหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ฯลฯ รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับเชื้อเพลิงทดแทน

กิจกรรมพิเศษ "ให้ทุกวันเป็นวันของคุณ" กับฟอร์ด แอมบาสเดอร์ ทาทา ยัง
เพื่อให้ทุกวันเป็นวันของคุณ แก่ครอบครัวฟอร์ด และสร้างความสุขความใกล้ชิดกับแบรนด์ฟอร์ด เราได้โปรโมชั่นพิเศษ ร่วม "งานปาร์ตี้คอนเสิร์ตกับทาทา ยัง" เอกสิทธิ์พิเศษมอบให้แก่ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์
ฟอร์ดทุกรุ่น ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม ให้สมาชิกใหม่ของครอครัวฟอร์ดได้มีโอกาสเข้าชมคอนเสิร์ตสุดมันและพบปะกับของซูเปอร์สตาร์สาวทาทา ยังอย่างใกล้ชิด

GM ร่วมซับน้ำตาผู้ประสบภัยในจีนและพม่า


มอบเงินช่วยเหลือ
รวมกว่า 35.45 ล้านบาท



ดีทรอยต์ – บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส สหรัฐอเมริกา มูลนิธิเจนเนอรัล มอเตอร์ส และกลุ่มบริัษัทจีเอ็มในประเทศจีน ร่วมบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยพิบัติจากเหตุการณ์ธรรมชาติในจีนและพม่า โดย จีเอ็ม ประเทศจีน ได้บริจาคเงินเป็นจำนวนกว่า 27.4 ล้านบาท (850,000 เหรียญสหรัฐฯ) เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในท้องที่เมืองเสฉวน ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ด้านมูลนิธิจีเอ็มมอบเงินสมทบจำนวน 6.45 ล้านบาท (200,000 เหรียญหสรัฐฯ) สำหรับกองทุนฟื้นฟูภัยพิบัติในประเทศจีนของสภากาชาดอเมริกัน รวมทั้งยังบริจาคเงินกว่า 1.6 ล้านบาท (50,000 เหรียญสหรัฐฯ)ให้กับองค์การเวิล์ดฟู้ดโปรแกรมของสหประชาชาติที่จะนำไปช่วยเหลือเหยื่อพายุไซโคลนนาร์กีสในประเทศพม่า

นอกจากนั้น จีเอ็ม ยังได้ทำการจัดตั้งกองบริจาคเงินจากพนักงานจากทั่วโลกของบริษัทฯ เพื่อระดมความช่วยเหลือให้แก่ผู้ประสบภัยธรรมชาติในครั้งนี้ ส่วนทางมูลนิธิจีเอ็มก็จะมอบเงินสมทบส่วนที่พนักงานของจีเอ็มทั่วโลกร่วมบริจาคเพิ่มเติมให้ได้ถึง 3.22 ล้านบาท (100,000 เหรียญสหรัฐฯ) ให้แก่องค์กรการกุศลในข้างต้นอีกด้วย

รายงานข่าวล่าสุดแจ้งยอดผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติทางธรรมชาติทั้งสองเหตุการณ์พุ่งสูงเป็นจำนวนเรือนแสนแล้ว ในขณะที่เหยื่อจำนวนหลายล้านคนกำลังประสบปัญหาขาดแคลนยารักษาโรค น้ำดื่ม อาหาร และที่พักอาศัย

“เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความรุนแรงของภัยพิบัติที่เกิดขึ้น รวมทั้งขอไว้อาลัยให้กับความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินที่ส่งผลกระทบกับผู้คนจำนวนมหาศาลจากเหตุการณ์ทั้งสอง” มร. ร็อด กิลลัม รองประธานบริหารของจีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น และประธานกรรมการ มูลนิธิจีเอ็ม กล่าวแสดงความเห็นใจต่อเหตุการณ์ชวนสลดใจครั้งนี้ “การให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและเต็มใจคือสิ่งที่พนักงานจีเอ็มได้ยึดถือและปฏิบัติมาเสมอในยามวิกฤตเช่นนี้ จีเอ็ม พร้อมที่จะยื่นมือช่วยเหลือในการจัดหาอาหาร น้ำสะอาดสำหรับดื่ม ยารักษาโรค รวมทั้งเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นๆ เพื่อเยียวยาบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ประสบภัยที่เดือดร้อนจากการขาดแคลนปัจจัย 4”

ผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมูลนิธิจีเอ็ม สามารถค้นหาได้จากเว็บไซต์ของมูลนิธิจีเอ็ม ที่ www.gm.com/corporate/responsibility/

บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น สหรัฐอเมริกา (General Motors Corporations: GM) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก เป็นผู้นำด้านยอดจำหน่ายรถยนต์ทั่วโลกถึง 77 ปี ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2451 ปัจจุบันมีพนักงานทั่วโลกกว่า 266,000 คน โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ เมืองดีทรอยต์ สหรัฐอเมริกา และมีศูนย์การผลิตรถยนต์และรถกระบะใน 35 ประเทศ ในปี 2550 จีเอ็มจำหน่ายรถยนต์และรถกระบะไปกว่า 9.3 ล้านคัน ภายใต้แบรนด์ บูอิค (Buick) คาดิแลค (Cadillac) เชฟโรเลต (Chevrolet) จีเอ็มซี (GMC) จีเอ็มแดวู (GM Daewoo) โฮลเด้น (Holden) ฮัมเมอร์ (Hummer) โอเปิล (Opel) พอนทิแอค (Pontiac) ซาบ (Sabb) แซเทิร์น (Saturn) ว็อกซ์ฮอล (Vauxhall) และวู่ลิง (Wuling) นอกจากนั้น ระบบนำทางและขอความช่วยเหลือด้วยสัญญาณดาวเทียม ออนสตาร์ (OnStar) ของจีเอ็ม ทำให้จีเอ็มกลายเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ด้านความปลอดภัยและบริการด้านข้อมูลอีกด้วย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจีเอ็ม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.gm.com และ www.gmnext.com

4 มิ.ย. 2551

MAZDA ใจดีเติมน้ำมันฟรี 1,000,000 บาท




มาสด้าสวนกลับยุคน้ำมันแพง
เติมน้ำมันฟรี 1,000,000 บาท

พร้อมลุ้นรับรางวัลสูงถึง 547 รางวัล มูลค่ากว่า 2.3 ล้านบาท
กรุงเทพฯ – ประเทศไทย, 4 พฤษภาคม 2551 – บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดแคมเปญสวนกระแสวิกฤตในยุคน้ำมันแพง ด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษเพียงแวะโชว์รูมมาสด้าวันนี้ลุ้นรับน้ำมันเติมน้ำฟรี 1,000,000 บาท หูฟัง Bluetooth Plantronics จำนวน 500 รางวัล รางวัลละ 2,590 บาท มูลค่ารวม 1,295,000 บาท เพียงทดลองขับรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นรับทันที ร่ม ซูม-ซูม สุดเท่จากมาสด้า พร้อมลุ้นบัตรเติมน้ำมันฟรี รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 2.3 ล้านบาทโอกาสเดียวเท่านั้น ที่จะได้เป็นเจ้าของรถมาสด้าการันตีคุณภาพด้วยรางวัลระดับโลก เริ่มตั้งแต่วันนี้หมดเขตภายในวันที่ 31 กรกฎาคมศกนี้เท่านั้น
นางสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในช่วงของวิกฤตจากค่าน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆเกือบทุกวันมาสด้าตระหนักและเข้าใจความรู้สึกของลูกค้าเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพื่อเป็นการบรรเทาค่าใช้จ่ายของลูกค้าในการดูแลบำรุงรักษารถยนต์ของลูกค้ามาสด้า มาสด้าจึงเตรียมจัดแคมเปญสุดพิเศษในโอกาสพิเศษตลอดเดือนมิถุนายน - กรกฎาคมในช่วงฤดูฝน เพียงมาทดลองขับรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นรับฟรีทันทีไปเท่ก่อนใครแบบไม่ต้องลุ้นกับ "ร่ม ซูม-ซูม" อเนกประสงค์ มูลค่า 200 บาท โชคชั้นที่สองลุ้นรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท จำนวน 20 รางวัล และที่สำคัญสำหรับลูกค้าที่จองซื้อรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นนอกจากจะได้รับเงื่อนไขสุดพิเศษแล้ว ยังจะได้ลุ้นรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงถึง 500,000 บาท จำนวน 1 รางวัล บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 50,000 บาท จำนวน 6 รางวัล บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท จำนวน 20 รางวัล และหูฟัง Bluetooth Voyager 510 มูลค่า 2,590 บาท จำนวน 500 รางวัล รวมของรางวัลทั้งสิ้น 547 รางวัล รวมมูลค่าของรางวัลรวมทั้งสิ้นกว่า 2.3 ล้านบาท โดยจะทำการจับฉลากผู้โชคดีในวันที่ 14 สิงหาคม และประกาศรายชื่อผู้โชคดีภายในวันที่ 20 สิงหาคมศกนี้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศและทางเว็ปไซต์ของมาสด้า http://www.mazda.coth
หลังจากที่มาสด้าตอกย้ำความเป็นยานยนต์สายพันธุ์สปอร์ตอย่างแท้จริงด้วยแคมเปญพิเศษ "ดับเบิ้ลเช็ค ดับเบิ้ลคุ้ม" ที่ให้บริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ฟรีถึง 30 รายการ พร้อมลุ้นรับของรางวัลต่างๆมากมาย ตลอดเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมเดินสายโชว์สมรรถนะของระบบช่วงล่างอัจฉริยะของมาสด้า บีที-50 ไปทั่วประเทศ ได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าอย่างเนืองแน่น ทั้งนี้เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ให้ความสนใจและสนับสนุนรถยนต์มาสด้ามาโดยตลอด มาสด้าพร้อมตอบแทนลูกค้าที่กำลังสนใจเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า ด้วยเงื่อนไขสุดพิเศษ และสิทธิพิเศษต่างๆมากมาย สามารถสอบถามได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานมาสด้าทั้ง 90 แห่ง ทั่วประเทศ
นอกจากนี้มาสด้ายังขยายโอกาสรับสิทธิพิเศษให้คุณเป็นเจ้าของรถยนต์สปอร์ตสายพันธุ์จากมาสด้าได้ง่ายขึ้น ด้วยโปรแกรมพิเศษสำหรับกลุ่มอาชีพเฉพาะผู้มีบัญชีเงินเดือนกับธนาคารกรุงไทย ได้แก่ แพทย์. ทันตแพทย์, สัตวแพทย์, เภสัชกร, พยาบาล, ผู้พิพากษา, อัยการ, นักบิน, ผู้ตรวจสอบบัญชี สำหรับรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 ที่มาพร้อมระบบช่วงล่างอัจฉริยะ DE-S เงินดาวน์ 0 เปอร์เซ็นต์ อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 1.99 เปอร์เซ็นต์ ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 84 เดือน พร้อมรับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี และเพื่อความอุ่นใจตลอดการเดินทางมาสด้ายินดีมอบบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นานสูงสุดถึง 3 ปี สำหรับรถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า3 ที่สามารถเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 รับสิทธิพิเศษมากมายเช่นกัน ให้คุณเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 775,900 บาท เงินดาวน์ 0 เปอร์เซ็นต์ อัตราดอกเบี้ยต่ำสุดเริ่มต้นเพียง 1.59 เปอร์เซ็นต์ ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 7 ปี หรือ 84 เดือน พร้อมความอุ่นใจตลอดการเดินทางรับฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงนานถึง 3 ปี สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมของเงื่อนไขแคมเปญพิเศษนี้ได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ หรือ มาสด้า สปีดไลน์ โทรศัพท์ 0-2661-9880
ดังนั้นลูกค้ามาสด้าทุกท่านไม่ควรพลาดโอกาสการในการเป็นเจ้ายานยนต์สายพันธุ์สปอร์ตจากมาสด้า ที่ให้ความสนุกสนานในการขับขี่ที่เร้าใจ สมรรถนะเป็นเยี่ยม ให้ความมั่นใจในความปลอดภัย อบอุ่นใจตลอดการเดินทาง พร้อมทดลองขับก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของ และรับข้อเสนอสุดพิเศษจากมาสด้าได้แล้ววันนี้
รถยนต์ของมาสด้าเป็นที่คุ้นเคยในเมืองไทยมานานกว่า 57 ปี และยังคงดำเนินบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทย มาสด้ามุ่งมั่นในการนำอารมณ์สนุกสนานวัยเด็กกลับมาสู่ทุกท่านอีกครั้ง ด้วยการผลิตรถยนต์ภายใต้แนวคิด "ซูม-ซูม" อันเปี่ยมไปด้วยคุณลักษณะแห่งความ "ท้าทาย" "สร้างสรรค์" และ "ร่าเริง" เพื่อให้ทุกการขับขี่ของคุณไม่ใช่เพียงการเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง นอกเหนือจากยนตรกรรมอันทรงเอกลักษณ์แล้ว เรายังทุ่มเทอย่างหนักในการพัฒนาการบริการหลังการขายเพื่อให้ลูกค้าของมาสด้าทุกคนได้รับความพึงพอใจ เพราะเรายึดมั่นว่า รอยยิ้มของท่านคือความภาคภูมิใจของเรา
เชิญสัมผัสและทดลองขับรถยนต์นั่งสปอร์ตซีดานมาสด้า3 และสปอร์ตปิคอัพมาสด้า BT-50 สปอร์ตปิคอัพ พลังแรง และรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานของมาสด้า 90 แห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ มาสด้า สปีดไลน์ หมายเลขโทศัพท์ 0-2661-9880 หรือต่างจังหวัดโทรฟรี ได้ที่หมายเลข 1-800-226-408

ข้อเสนอแนะ จาก ฟอร์ด ประเทศไทย ในการพัฒนารถยนต์เทคโนโลยี E85


คำชี้แจง จาก FORD
ประเด็นเกี่ยวกับพลังงานทางเลือก E85


สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการภาษีเกี่ยวกับนโยบายพลังงาน E85 ในวันนี้ (3 มิ.ย.) บริษัท ฟอร์ด ประเทศไทย มีความเห็นว่า ประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและความพยายามที่จะปรับตัวและแก้ปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในการแก้ปัญหาด้านพลังงาน ภาครัฐควรให้การสนับสนุนแก่ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อเป็นแรงจูงใจกับผู้บริโภคอีกส่วนหนึ่งด้วย

ฟอร์ด ประเทศไทย ขอเสนอแนะว่า ในการพัฒนารถยนต์เทคโนโลยี E85 จำเป็นต้องมีการลงทุนในหลายด้าน รัฐบาลจึงต้องมีมาตรการในการสนับสนุนแก่ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างเหมาะสมและรวดเร็ว

ฟอร์ด ในฐานะผู้นำเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานทางเลือกที่มีประสบการณ์และประสบความสำเร็จในตลาดทั่วโลก ขอยืนยันให้ภาครัฐมีแนวนโยบายที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะก่อให้เกิดแรงจูงใจแก่ผู้บริโภคชาวไทยในการตัดสินใจเปลี่ยนไปใช้ E85 อย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานของชาติในอนาคต

VOLVO ผิดหวังนโยบายใหม่ E 85


 นโยบายภาษี E85 ไม่สนับสนุนผู้ผลิตรถในประเทศ

วอลโว่ได้สนับสนุนความต้องการในการใช้พลังงานทางเลือกอันเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายพลังงานของประเทศไทย ด้วยความตั้งใจจริงมาโดยตลอด

จากจุดยืนดังกล่าว บริษัทฯ รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้ทราบถึงการตัดสินใจของรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ที่ประกาศออกมาในวันนี้ (3 มิ.ย.) นโยบายดังกล่าวไม่ได้ช่วยสนับสนุนให้ผู้ผลิตรถยนต์ มีการส่งเสริมการนำเข้า การผลิตและพัฒนาเทคโนโลยี E85 ในประเทศไทย

นอกจากนี้ ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตเอทานอลรายใหญ่ ประเทศไทยอาจสูญเสียโอกาสทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีด้วย

3 มิ.ย. 2551

อาวีวา โอเพ่น 2008


มาสด้าร่วมสนับสนุนการแข่งขันแบดมินตัน
ชิงแชมป์โลก

รายการ อาวีวา โอเพ่น 2008 ชิงเงินรางวัลกว่า 7 ล้านบาท
กรุงเทพฯ – ประเทศไทย, 2 มิถุนายน 2551 – บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า มาสด้าร่วมมือกับทั้งภาครัฐ และเอกชน ประจำประเทศสิงคโปร์ ร่วมจัดการแข่งขันแบดมินตันชิงแชมป์โลกในรายการ "อาวีวา โอเพ่น สิงคโปร์ 2008" ในระหว่างวันที่ 10-15 มิถุนายนนี้ที่สนามสิงคโปร์ อินดอร์สเตเดียม (SIS) โดยมีนักแบดมินตันมือระดับโลกกว่า 250 คน จาก 25 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมชิงเงินรางวัลกว่า 200,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7 ล้านบาท ที่สำคัญชาวไทยทุกคนอย่าลืมส่งแรงใจและแรงเชียร์ให้กับทีมนักกีฬาจากประเทศไทย นำโดยเจ้าซูเปอร์แมน บุญศักดิ์ พลสนะ แชมป์เก่ามือหนึ่งของทีมชาติไทย และคู่ผสม สุดเขต ประภากมล จับคู่กับ สราลีย์ ทุ่งทองคำ
นาวสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด, บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ถือเป็นอีกก้าวย่างที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับมาสด้าในการสนับสนุนการตลาดแบบ “สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง” หลังจากที่เคยประสบความสำเร็จในจัดกีฬาวอลเลย์บอลชายหาดใจกลางกรุงเทพมาแล้ว ซึ่งเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ตื่นเต้น และมีสีสัน ก่อให้เกิดประสบการณ์ “Zoom-Zoom Experience” ซึ่งเป็นแนวความคิดทางการตลาดของมาสด้า สำหรับการกลับมาในครั้งนี้มาสด้าได้ให้การสนับสนุนการแข่งขันที่นับว่าเป็นรายการใหญ่แห่งปี นั้นคือการแข่งขันแบดมินตัน ชิงแชมป์โลก ในรายการ "อาวีวา โอเพ่น สิงคโปร์ 2008" ที่พร้อมระเบิดความมันส์ สะใจ และสนุกสนาน รวมทั้งมีนักแบดมินตันชื่อดังของประเทศไทย รวมทั้งเจ้าของตำแหน่งแชมป์เมื่อปีที่แล้ว "ซูเปอร์แมน" บุญศักดิ์ พลชนะ ก็จะเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
สำหรับการให้การสนับสนุนในครั้งนี้มาสด้าได้นำเอารถยนต์นั่งสปอร์ต Mazda3 Spirit เครื่องยนต์ 1600 ซีซี. ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลกในเรื่องของดีไซน์และคุณภาพ มาเป็นพระเอกในการสนับสนุนงานครั้งนี้ รวมทั้งเป็นรางวัลให้กับผู้เข้าร่วมชมการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งการสนับสนุนการแข่งขันในครั้งนี้มาสด้า คอร์ปอเรชัน โดยความร่วมมือกับมาสด้า มอเตอร์ (ประเทศสิงคโปร์) และมาสด้า เซ้าส์อีส เอเชีย รวมทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน
"มาสด้ามีความเชื่อมั่นว่า ด้วยความร่วมมือและการสนับสนุนจากหลายฝ่าย จะเป็นแรงผลักดันให้การแข่งขันครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ได้รับความสนใจจากแฟนแบดมินตันจากทั่วโลก สำหรับมาสด้าเราพร้อมที่จะให้การสนับสนุนกิจกรรมทุกประเภทที่จะเรียกความสนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ ในสไตล์ ซูม ซูม ให้กลับคืนมา เช่นเดียวกับเมื่อได้ขับขี่รถทุกรุ่นของมาสด้า” นางสาวสุรีทิพย์ กล่าวเสริม
การแข่งขันแบดมินตันชิงแชมป์โลก "อาวีวา โอเพ่น สิงคโปร์ 2008" เริ่มการแข่งขันรอบแรกในวันที่ 10 มิถุนายน 2551 และรอบชิงชนะเลิศวันที่ 15 มิถุนายน 2551 โดยแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ประกอบด้วย ประเภทชายเดี่ยว หญิงเดี่ยว ประเภทชายคู่ หญิงคู่ และประเภทคู่ผสม โดยนักกีฬาแบดมินตันของไทย นำทีมโดย บุญศักดิ์ พลชนะ มืออันดับ 12 ของโลก สุดเขต ประภากมล, ทรงพล อนุกฤตยาวรรณ, สราลีย์ ทุ่งทองคำ, ดวงอนงค์ อรุณเกษร, ภูมิพัฒน์ ทรัพย์กุลชนนาถ, เทศนา พันธ์วิศวาส, โสรัจจา จันทร์ศรีสุคต และกุลชรา วรวิจิตรชัยกุล ที่จะร่วมทำการกับนักแบดมินตันระดับโลกที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้อย่างครบครัน
ดังนั้นลูกค้ามาสด้าทุกท่านไม่ควรพลาดโอกาสการในการเป็นเจ้ายานยนต์สายพันธุ์สปอร์ตจากมาสด้าที่ให้ความสนุกสนานในการขับขี่ที่เร้าใจ สมรรถนะเป็นเยี่ยม ให้ความมั่นใจในความปลอดภัย อบอุ่นใจตลอดการเดินทาง พร้อมทดลองขับก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของ และรับข้อเสนอสุดพิเศษจากมาสด้าได้แล้ววันนี้
รถยนต์ของมาสด้าเป็นที่คุ้นเคยในเมืองไทยมานานกว่า 57 ปี และยังคงดำเนินบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทย มาสด้ามุ่งมั่นในการนำอารมณ์สนุกสนานวัยเด็กกลับมาสู่ทุกท่านอีกครั้ง ด้วยการผลิตรถยนต์ภายใต้แนวคิด "ซูม-ซูม" อันเปี่ยมไปด้วยคุณลักษณะแห่งความ "ท้าทาย" "สร้างสรรค์" และ "ร่าเริง" เพื่อให้ทุกการขับขี่ของคุณไม่ใช่เพียงการเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง นอกเหนือจากยนตรกรรมอันทรงเอกลักษณ์แล้ว เรายังทุ่มเทอย่างหนักในการพัฒนาการบริการหลังการขายเพื่อให้ลูกค้าของมาสด้าทุกคนได้รับความพึงพอใจ เพราะเรายึดมั่นว่า รอยยิ้มของท่านคือความภาคภูมิใจของเรา
เชิญสัมผัสและทดลองขับรถยนต์นั่งสปอร์ตซีดานมาสด้า3 และสปอร์ตปิคอัพมาสด้า BT-50 สปอร์ตปิคอัพ พลังแรง และรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานของมาสด้า 91 แห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ มาสด้า สปีดไลน์ หมายเลขโทศัพท์ 0-2661-9880 หรือต่างจังหวัดโทรฟรี ได้ที่หมายเลข 1-800-226-408

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ฉลองครบรอบ 10 ปี จัดแคมเปญพิเศษสุดรับหน้าฝน



เมอร์เซเดส-เบนซ์ ฉลองครบรอบ 10 ปี
จัดแคมเปญพิเศษสุดรับหน้าฝน


กรุงเทพฯ -- บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดแคมเปญมอบโชคสำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการบำรุงรักษาในโอกาสครอบรอบการก่อตั้งบริษัทครบรอบ 10 ปี ในประเทศไทย เริ่มตั้งแต่บัดนี้จนถึง 15 กรกฎาคม 2551 โดยแคมเปญมอบโชคครั้งนี้ ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้จัดขึ้นสำหรับลูกค้าผู้ใช้รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่นที่นำรถยนต์เข้ารับบริการตรวจเช็ค ณ ศูนย์บริการของผู้จำหน่ายที่เข้าร่วมรายการจำนวน 35 แห่งทั่วประเทศ
นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด และสื่อสารองค์กร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงกิจกรรมในครั้งนี้ว่า “แคมเปญนี้นอกจากจะเป็นกิจกรรมเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีของบริษัทฯแล้ว ยังถือเป็นการส่งเสริมให้ลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้คำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้รถโดยเฉพาะการตรวจเช็คสภาพ และใช้อะไหล่แท้ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในช่วงหน้าฝน ณ ศูนย์บริการของผู้จำหน่ายของเรา ซึ่งพร้อมด้วยอุปกรณ์ และช่างผู้ชำนาญอย่างแท้จริง”
สำหรับเงื่อนไขของแคมเปญพิเศษนี้ คือ ค่าใช้จ่ายทุกๆ 10,000 บาท (ไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการทำสี และตัวถัง) ที่เกิดขึ้นผ่านศูนย์บริการของผู้จำหน่ายของเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วประเทศ ลูกค้าจะได้รับคูปองสำหรับส่งชิงโชคบัตรกำนัล Service Voucher ซึ่งรางวัลทั้งหมดมีดังนี้
• รางวัลที่ 1 บัตรกำนัล Service Voucher มูลค่า 100,000 บาท จำนวน 35 รางวัล
• รางวัลที่ 2 บัตรกำนัล Service Voucher มูลค่า 10,000 บาท จำนวน 100 รางวัล

รวมมูลค่าทั้งสิ้น 4 ล้าน 5 แสนบาท ทั้งนี้ ทางบริษัทฯจะจับรางวัลทั้งหมดในวันที่ 21 กรกฎาคม 2551 ณ Mercedes-Benz–One Roof Centre ถนนบางนา-ตราด (กม.19) และจะประกาศผลผู้ได้รับรางวัลผ่านทางผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการที่เข้าร่วมรายการทั้ง 35 แห่งทั่วประเทศ และทาง www.mercedes-benz.co.th อนึ่ง สำหรับ Service Voucher ดังกล่าวจะสามารถใช้ได้ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2551
สำหรับผู้ใช้รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ หากต้องการข้อมูลเกี่ยวกับแคมเปญพิเศษฉลองครบรอบ 10 ปีนี้ สามารถสอบถามได้ที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการที่เข้าร่วมรายการทั่วประเทศ