30 เม.ย. 2551

MINI CONVERTIBLE SIDEWALK








MINI CONVERTIBLE SIDEWALK.

Always Open

MINI Convertible Sidewalk เป็นรถเปิดประทุน รุ่นล่าสุดของโมเดล MINI R52 ซึ่ง MINI ได้ผลิตรถรุ่นนี้ขึ้นเพื่อที่จะฉลองความสำเร็จของ MINI Convertible.

ทุกรายละเอียดทั้งภายในและภายนอกของ MINI Convertible Sidewalk ถูกผลิตขึ้นมาด้วยความพิถีพิถันอย่างพิเศษ สีตัวถังเป็นสี Sparkling Silver Metallic, ล้อแมกซ์อัลลอยด์ที่มีในเฉพาะรุ่นนี้เท่านั้นคือรุ่น Night Spoke 17 นิ้ว พร้อมยาง Runflat, เบาะหนังแบบสปอร์ตในโทนสี Malt Brown English ขริบด้วยสีเงิน, พวงมาลัยสปอร์ตหุ้มด้วยหนังแท้เป็นสีทูโทน น้ำตาล-ดำ พร้อมด้วยระบบมัลติฟังก์ชั่น, Sidewalk badge ที่ติดอยู่ตรงคิ้วบันไดประตูรถและตรงไฟเลี้ยว เป็นการเพิ่มสเน่ห์ให้กับตัวรถและทำให้สายตาทุกคู่ต้องจับจ้องมาที่ MINI Convertible Sidewalk
ความแรงของ MINI Convertible Sidewalk มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร ผลิตกำลังสูงสุดที่ 170 แรงม้าที่รอบ 6,000 รอบต่อนาทีและแรงบิดสูงสุดที่ 220 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 7.4 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 215 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เพื่อความสนุกและปลอดภัยในยามขับขี่ MINI Convertible Sidewalk ยังคงคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างละเอียดรอบคอบ โครงสร้างตัวถังที่เพิ่มความแข็งแกร่งบริเวณขอบประตูและสเกิร์ตด้านล่าง สำหรับผู้โดยสารตอนหลังมีคานสูงที่รองรับการกระแทกเมื่อเกิดการชน ถุงลมนิรภัยคู่ที่ด้านหน้าและด้านข้างสำหรับผู้ขับและผู้โดยสารตอนหน้า ระบบป้องกันล้อล็อคขณะเบรก ABS (Anti Brake Lock System) ระบบควบคุมเบรกขณะเข้าโค้ง CBC (Cornering Brake Control) ระบบกระจายแรงเบรค EBD (Electronic Brakeforce Distribution) และ ระบบป้องกันการลื่นไถล ASC+T (Automatic Stability Control + Traction)


MINI Convertible Sidewalk ตั้งราคาจัดจำหน่ายอยู่ที่ 3,100,000 บาท เปิดตัวอย่างเป็นทางการอย่างสุดเท่ห์ในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์ 2008

บีเอ็มดับเบิลยูโชว์ BMW X6 ครั้งแรกในเอเชีย





บีเอ็มดับเบิลยูโชว์ BMW X6 ครั้งแรกในเอเชีย
Sports Activity Coupe รุ่นแรกของโลก

บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์ 6 เป็น Sports Activity Coupe ที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์อันหลากหลายของผู้ใช้รถในยุคปัจจุบัน มีรูปลักษณ์ที่แลดูคล้ายรถคูเป้ขนาดใหญ่ ให้ประสิทธิภาพในการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบเช่นเดียวกับรถสปอร์ต

เครื่องยนต์สมรรถนะสูง : รุ่นสูงสุดใช้เครื่องยนต์แบบ วี 8 สูบ ทวินเทอร์โบ จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดอีเลคทรอนิคแบบ Direct Injection การควบคุมบังคับทำได้อย่างยอดเยี่ยมจากระบบการกระจายแรงบิดจากเครื่องยนต์ลงสู่ล้อหลังด้าน ซ้าย-ขวา ได้อย่างสมดุล

ที่สุดของการขับเคลื่อนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ : อัตราการสิ้นเปลืองอยู่ในระดับต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับรถยนต์ในคลาสส์เดียวกัน รวมไปถึงสมรรถนะทั้งในด้านอัตราเร่งและความเร็วสูงสุดทำได้ดีที่สุดในบรรดารถระดับนี้

บีเอ็มดับเบิ้ลยู เอ็กซ์ 6 รถยนต์รูปแบบใหม่ที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นเฉพาะตัว โดยใช้คำจำกัดความว่า Sports Activity Coupe ซึ่งอยู่ในสายพันธุ์ ‘เอ็กซ์ โมเดล’ ที่ให้ความสปอร์ตสูง เปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลก ที่ North American International Auto Show 2008 (NAIAS) เมืองดีทรอยท์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์ 6 เป็นการผสมผสานกันระหว่างรูปทรงของสปอร์ตคูเป้ขนาดใหญ่ ที่มีความสง่างาม สมรรถนะของเครื่องยนต์ที่ตอบสนองได้ดีเช่นเดียวกับการขับรถสปอร์ต รวมไปถึงตำแหน่งการนั่ง ความคล่องตัวในการควบคุมบังคับ ที่จะมอบประสบการณ์ในการขับขี่ที่น่าประทับใจด้วยระบบ xDrive ในรูปแบบของการขับเคลื่อนแบบ All-Wheel Drive ควบคุมการทำงานด้วยระบบอีเลคทรอนิคซึ่งได้รับการพัฒนาใหม่ล่าสุดและติดตั้งอยู่เพียงแค่หนึ่งเดียวในเอ็กซ์ 6 เท่านั้น : Dynamic Performance Control ซึ่งจะมีผลทำให้สมรรถนะการขับเคลื่อนเป็นไปด้วยดีจากการกระจายกำลังลงสู่ล้อด้านซ้าย-ขวาบนเพลาหลังโดยเป็นอิสระจากกัน ทำงานแปรผันตามสภาพการขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพนอกเหนือไปจากการกระจายกำลังไปสู่ล้อคู่หน้าและหลัง ในขณะที่รถกำลังวิ่งอยู่ในโค้ง ระบบจะเพิ่มแรงบิดไปสู่ล้อหลังที่อยู่ด้านนอกโค้งเพื่อเสริมแรงในการหักเลี้ยวให้กับระบบพวงมาลัยซึ่งได้รับการปรับให้มีความแม่นยำสูงและมั่นคง นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบปรับการทำงานของแชสซีส์ด้วยอีเลคทรอนิค (Integrated Chassis Management) ทำให้การยึดเกาะถนนในระหว่างเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงทำได้ดีเยี่ยม มั่นคงและปลอดภัย พร้อมที่จะรับมือกับการขับขี่ในทุกสถานการณ์และทุกสภาพพื้นผิวถนนที่มีความแตกต่างกันในขณะขับขี่ ไม่ว่าล้อข้างซ้ายจะวิ่งอยู่พื้นผิวยางมะตอย ส่วนล้อข้างซ้ายอยู่บนพื้นถนนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะหรือน้ำแข็ง ก็ตาม การควบคุมทำได้ง่าย ให้ความคล่องตัวสูงราวกับว่าคุณกำลังขับขี่รถยนต์ที่มีขนาดเล็ก

ขุมกำลังของบีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์ 6 มีถึง 4 รูปแบบติดตั้งอยู่ในรุ่นต่างๆ ดังนี้




• BMW X6 xDrive 50i ใช้เครื่องยนต์เบนซินแบบ วี 8 สูบ เป็นครั้งแรกในโลกที่ได้นำเอาทวินเทอร์โบมาติดตั้งอยู่ในตำแหน่งระหว่างรูปทรงตัววีของแนวกระบอกสูบทั้ง 2 ข้าง ให้กำลังสูงถึง 300 กิโลวัตต์ หรือ 407 แรงม้า ที่ 5,500-6,400 รอบต่อนาที แรงบิด 600 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-4,500 รอบต่อนาที ระบบจ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดที่ควบคุมด้วยอีเลคทรอนิคให้ความแม่นยำสูง อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลาเพียง 5.4 วินาที อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน EU ทำได้ 8 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำสุดเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ที่มีกำลังและขนาดใกล้เคียงกัน ส่วนปริมาณไอเสียของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ในระดับ 299 กรัม/กม.
• BMW X6 xDrive 35i เครื่องยนต์เบนซินแบบ 6 สูบเรียง ขนาด 3.0 ลิตร ที่มาพร้อมเทคโนโลยีทวิน เทอร์โบและระบบการจ่ายเชื้อเพลิงที่มีความแม่นยำสูง ให้กำลังถึง 225 กิโลวัตต์ หรือ 306 แรงม้า ที่ 5,800-6,250 รอบต่อนาที แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,300 -5,000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลา 6.7 วินาที อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน EU ทำได้ 9.2 กิโลเมตรต่อลิตร ปริมาณไอเสียของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ในระดับ 262 กรัม/กม.
• BMW X6 xDrive 35d เครื่องยนต์ดีเซลแบบ 6 สูบเรียง ขนาด 3.0 ลิตร ให้กำลัง 210 กิโลวัตต์ หรือ 286 แรงม้า ที่ 4,400 รอบต่อนาที แรงบิด 580 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,250 รอบต่อนาที จากการใช้เทคโนโลยีเทอร์โบแปรผัน อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลา 6.9 วินาที อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน EU ทำได้ 12 กิโลเมตรต่อลิตร ปริมาณไอเสียของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ในระดับ 220 กรัม/กม.
• BMW X6 xDrive30d เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบเรียง ขนาด 3.0 ลิตร ใช้เทคโนโลยีเทอร์โบแปรผัน ให้กำลัง 173 กิโลวัตต์ หรือ 235 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 520 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000-2,750 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลา 8.0 วินาที อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน EU ทำได้ 12.2 กิโลเมตรต่อลิตร ปริมาณไอเสียของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ในระดับ 217 กรัม/กม.

บีเอ็มดับเบิ้ลยู เอ็กซ์ 6 ทุกรุ่นจะจำหน่ายให้กับลูกค้าในสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาดหลัก ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเมษายนนี้ ในยุโรปจะเริ่มในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม บีเอ็มดับเบิลยูจะเริ่มนำเข้า BMW X6 xDrive 35i เข้ามาทำตลาดในไทยเร็วๆ นี้

ภายในห้องโดยสารออกแบบเต็มไปด้วยความหรูหราที่แฝงไว้ด้วยความสปอร์ต มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางในรูปแบบของ เอ็กซ์ โมเดล ทุกรุ่นจากค่ายบีเอ็มดับเบิ้ลยูซึ่งเหมาะกับการใช้งานสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งทุกประเภท จุดสูงสุดของเส้นแนวหลังคาอยู่ในบริเวณด้านหลังของตำแหน่งผู้ขับขี่ซึ่งอยู่จุดกึ่งกลางตัวรถ และทำให้รูปทรงที่ด้านหลังเต็มไปด้วยความหนักแน่นเช่นเดียวกับมัดกล้ามของนักกีฬา

ประตูด้านหลังสามารถเปิดได้กว้างขึ้นเพื่อความสะดวกการ เข้า-ออก เบาะที่นั่งด้านหลังแบ่งพื้นที่แยกออกเป็น 2 ที่นั่ง พื้นที่เหนือศีรษะและที่วางข้อศอกมีให้อย่างเหลือเฟือมากกว่าในรถสปอร์ตคูเป้ ที่เก็บสัมภาระท้ายรถมีพื้นที่ตั้งแต่ 570-1,450 ลิตร โดยพนักพิงเบาะด้านหลังพับลงได้เมื่อต้องการเนื้อที่เพิ่มขึ้น สามารถบรรจุถุงกอล์ฟขนาดใหญ่ได้ถึง 4 ใบ ฝาท้ายเปิดได้สูงเพื่อเพิ่มความสะดวกในการขนสัมภาระ เข้า-ออก



ข้อมูลจำเพาะ
BMW X6 35i X6 50i X6 30d X6 35d
รูปแบบเครื่องยนต์ 6 สูบเรียง วี 8 สูบ 6 สูบเรียง 6 สูบเรียง
ความจุ (ซีซี.) 2,979 4,395 2,993 2,993
กำลังสูงสุด (แรงม้า) 306 407 235 286
แรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร) 400 600 520 580
อัตราเร่ง 0-100 กม/ชม.(วินาที) 6.7 5.4 8.0 6.9
ความเร็วสูงสุด (กม./ชม.) 240 250 210 236
อัตราการสิ้นเปลือง (กม./ลิตร) 9.2 8.0 12.2 12.0
ปริมาณไอเสีย (กรัม/กม.) 262 299 217 220
มิติตัวรถ ยาว/กว้าง/สูง (มม.) 4,877/1,983/1,690
ขนาดฐานล้อ (มม.) 2,933
น้ำหนักตัวรถ (กก.) 2,145 2,265 2,150 2,185
ความจุในห้องเก็บสัมภาระ (ลิตร) 570 – 1,450

อุปกรณ์มาตรฐานสำหรับ BMW X6 xDrive 35i

1. พวงมาลัยระบบ Active Steering
2. วงพวงมาลัยหุ้มด้วยหนังแท้ พร้อมก้านเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัย
3. ระบบป้องกันการโจรกรรม
4. ระบบ Comfort Access
5. ม่านบังแดดที่กระจกหน้าต่างด้านหลัง
6. พรมปูพื้น
7. ป้ายสามเหลี่ยมฉุกเฉิน
8. แพคเกจกระจกส่องภายในและภายนอกตัวรถ
9. กระจกส่องหลังลดแสงรบกวนจากภายนอก
10. Smoker’s Package
11. เบาะคู่หน้าที่ให้ความสบายเป็นพิเศษ
12. ระบบ Lumbar Support สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า
13. แพคเกจห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ
14. ระบบล้างโคมไฟด้านหน้า
15. ระบบแจ้งระยะห่างจากสิ่งกีดขวางในขณะจอด
16. เซนเซอร์ควบคุมการทำงานของที่ปัดน้ำฝนทำงานตามปริมาณน้ำฝน
17. ไฟหน้าทั้งสูงและต่ำแบบซีนอน
18. ไฟหน้าปรับทิศทางตามการหมุนของพวงมาลัย
19. ชุดไฟส่องสว่าง
20. ออน-บอร์ด มอนิเตอร์พร้อมโทรทัศน์
21. อุปกรณ์โทรศัพท์ที่พร้อมจะติดตั้งระบบเพื่อติดต่อไปยังทั่วโลก




22. DVD บรรจุได้ 6 แผ่น
23. สีแมทเทอลิค
24. หนังแท้แบบ Nevada
25. ล้อทรงสปอร์ตแบบก้านพร้อมยางขนาด 235/50 R 19V
26. ระบบควบคุมการเปิดท้ายรถโดยอัตโนมัติ
27. หลังคากระจกควบคุมการทำงานด้วยไฟฟ้า
28. ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติที่แบ่งการทำงานออกเป็น 2 โซน
29. ตกแต่งภายในด้วยลายไม้ Ash Grain
30. กระจกส่องหลังภายในรถพร้อมเข็มทิศ
31. ลำโพงระบบ Hi-Fi
32. บันไดกาบข้างอลูมิเนียม

ขับรถไปเที่ยวงาน มหกรรมขนมหวาน ที่แปดริ้ว





มหกรรมขนมหวาน อาหารอร่อย และของดีเมืองแปดริ้ว

วันที่ 1 – 3 พฤษภาคม 2551 ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา
ศูนย์รวมอาหารอร่อย ขนมหวาน มะม่วงหลากพันธุ์ ปลากะพงสดใหม่ ต้องไม่พลาดแวะมาชิมที่เมืองแปดริ้ว
นางบุญมี ศรีสุข ประธานชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า จังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา และชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดฉะเชิงเทรา จัดงาน “มหกรรมขนมหวาน อาหารอร่อย และของดีเมืองแปดริ้ว” วันที่ 1 – 3 พฤษภาคม 2551 ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้และมีความเข้าใจที่ถูกต้องในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารที่มีความปลอดภัย และตระหนักถึงพิษภัยของสารเคมีต่าง ๆ ที่ปนเปื้อนในอาหาร
กิจกรรมภายในงาน
- การประกวดซุ้มอาหารปรุงประกอบตามหลักสุขาภิบาลและตกแต่งร้านสวยงาม
- สาธิตการทำขนมหวานพื้นบ้านยอดนิยมของแปดริ้ว
- กิจกรรมการแสดงบนเวที พบกับทีมงานวงดนตรีเทพประทานตลอด 3 คืน
1 พ.ค.2551 ชมและเชียร์ผู้เข้าประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง รุ่นอายุต่ำกว่า 15 ปี
2 พ.ค.2551 การแสดงคอนเสิร์ต ดาราดังชื่อดัง
3 พ.ค.2551 ชมและเชียร์ผู้ประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง
- ขนมหวานพื้นบ้านยอดนิยมของจังหวัดฉะเชิงเทรา
- อาหารอร่อยจากร้านอาหารชื่อดังที่ผ่านเกณฑ์อาหารสะอาด รสชาติอร่อย
- มะม่วงคุณภาพส่งออกจากสหกรณ์ชมรมสวนมะม่วงจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมชิมข้าวเหนียวมะม่วง
- ลุ้นรับรางวัลคูปองอาหารฟรี ทุกร้าน ทุกวัน
- สินค้า OTOP ระดับ 3 – 5 ดาวทั่วประเทศ
- สินค้าหัตถกรรม และสินค้าอุตสาหกรรมคุณภาพ
- สินค้า เสื้อผ้า เครื่องหนัง จากโรงงาน
- ผ่อนคลายด้วยการนวดคลายเครียดเพื่อสุขภาพ
นางอธิชา โรจนสุวรรณ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานภาคกลางเขต 8 กล่าวว่า ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของฉะเชิงเทรา จะเห็นได้จากมีพื้นที่ปลูกข้าวคุณภาพ ปลูกมะม่วงผลผลิตได้มาตรฐานสามารถส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ แหล่งเลี้ยงไก่ไข่คุณภาพเยี่ยม รวมทั้งเป็นแหล่งการทำประมง - แหล่งเลี้ยงปลากะพงที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก ส่งผลให้เมืองแปดริ้วอุดมสมบูรณ์ด้วยอาหารการกินที่สดใหม่ รสชาติอร่อยทั้งอาหารคาวหวาน และขนมไทย ๆ ที่หอมหวานชุ่มคอ เช่น ขนมตระกูลทอง(ฝอยทอง, ทองหยอด, ทองหยิบ, ทองเอก, ทองม้วน) ขนมเปี๊ยะที่มีแป้งเนื้อนุ่ม ๆ มีไส้หลายชนิด ขนมจาก เป็นต้น
ททท.สำนักงานภาคกลางเขต 8 ขอเชิญชวนนักชิมมาลิ้มรสขนมหวาน อาหารอร่อย และเลือกซื้อของดังของดีเมืองแปดริ้ว แวะชมแหล่งท่องเที่ยวมากมาย เช่น วัดโสธรวรารามวรวิหาร ล่องเรือท่องเที่ยวทางน้ำชมทิวทัศน์แม่น้ำบางปะกง ชมตลาดเก่าอายุกว่า 100 ปี 2 แห่งที่ตลาดคลองสวนและตลาดบ้านใหม่ พร้อมทั้งไหว้พระศักดิ์สิทธิ์คู่บ้าน สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง หรือมาชมประติมากรรมจากมือมนุษย์ “มหกรรมปั้นทราย”
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร.08-1928-8216 หรือ ททท.สำนักงานภาคกลางเขต 8 โทร.0-3731-2282, 0-3731-2284, 1672 หรือ www.tat8.com

MAZTECH Mazda Technician Contest






มาสด้ามุ่งแชมป์ความพึงพอใจสูงสุดด้านบริการ
ปั้นช่างเทคนิคคว้าแชมป์ระดับเอเชีย
กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 11 เมษายน 2551 – บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมยกระดับการบริการหลังการขาย เพื่อครองอันดับหนึ่งด้านความพึงพอใจสูงสุดจากลูกค้า พร้อมส่งช่างเทคนิคจากศูนย์บริการมาสด้า เข้าร่วมการแข่งขันชิงแชมป์สุดยอดของช่างบริการมาสด้าประจำภูมิภาคเอเชีย ในรายการ Mazda Asia & Oceania 2008 จากผู้เข้าแข่งขันทั้งสิ้น 7 ทีม จากมาสด้าทั่วเอเชียซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก และเตรียมส่งไปแข่งขันชิงแชมป์โลกต่อเนื่องในงาน "MAZTECH Mazda Technician Contest" ณ เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น หลังจากปีที่แล้วสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยด้วยการคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ของผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 14 ทีมจากทั่วโลก
มร. จอห์ เรย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้าให้ความสำคัญกับการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า โดยการจัดให้มีการอบรมช่างเทคนิคอย่างต่อเนื่อง สำหรับการแข่งขันทักษะช่างรายการ Asia & Oceania 2008 เป็นการแข่งขันฝีมือช่างเทคนิคของมาสด้าในทวีปเอเชียซึ่งจัดขึ้นมาเป็นครั้งแรก เพื่อหาทีมผู้ชนะ 3 ทีมจากระดับภูมิภาค เพื่อลงแข่งขันในระดับโลก 3 nd MazTech World Final” ที่จะจัดในวันที่ 30 กรกฎาคม 2551 ที่ประเทศญี่ปุ่น การจัดแข่งขันในครั้งนี้จัดขึ้นในประเทศไทย โดยใช้พื้นที่ของ Sriwattana Institute of International Business and Technology ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ Mazda Motor Corporation ประเทศญี่ปุ่นได้จัดการแข่งขันนี้ขึ้นในประเทศไทยในลักษณะนี้และถือว่าการแข่งขันครั้งนี้เป็นการพัฒนาฝีมือช่างเทคนิคของมาสด้าทุกคน
มาสด้าประสบผลสำเร็จระดับโลกนั้นไม่ใช่เพียงการผลิตรถยนต์ออกมาให้ขับสนุกสนานและตื้นเต้นเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญคือความเอาใจใส่ในการสร้างความพึงพอใจและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้ามากกว่า ประเทศเทศไทยนั้น การสร้างการขายให้กับลูกค้านั้นต้องใช้เวลา อาศัยความผูกพันเป็นเวลานาน ในการให้บริการกับลูกค้า แต่ละโชว์รูมต้องกระตุ้นให้มีการบริการที่ยอดเยี่ยม ฉะนั้นจึงต้องมีการปรับปรุงความรู้ความสามารถต่างๆ ของบุคลากรในศูนย์บริการให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น ความชำนาญนั้นต้องมีการพัฒนาทุกวัน ยุทธศาสตร์สำคัญที่มาสด้าตั้งใจไว้ นั่นก็คือต้องการพัฒนาเรื่องทีมช่าง การให้บริการหลังการขาย สามารถตอบสนองตามความคาดหมายจากลูกค้าได้อย่างเต็มที่ เราต้องการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสิทธิภาพในการทำงานที่ดี เพราะมาสด้ามอบสิ่งดีๆ ให้กับลูกค้าทุกๆ วัน” มร.จอห์น กล่าวเสริม
สำหรับการแข่งขันครั้งนี้เราต้องการผู้ชนะ 3 ทีมเพื่อเข้าไปแข่งขันช่างเทคนิคในระดับโลกที่ญี่ปุ่น ในการแข่งขันครั้งนี้นั้นจะมีผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 7 ประเทศโดยแต่ละทีมมีอยู่ 3 ท่านคือ ผู้ประสานงาน 1 ท่านและช่างเทคนิคที่เข้าแข่งขัน 2 ท่าน การแข่งขันแบ่งออกเป็น 5 สถานี แต่ละสถานีก็วางปัญหาแตกต่างกันออกไป ผมว่าครั้งนี้เป็นการแข่งขันที่สนุกสนานและเข้มข้นมากขึ้น แต่ผลที่ออกมาว่าใครคือผู้ชนะนั้นไม่สำคัญเท่ากับการตั้งใจให้บริการกับลูกค้าในตลาดของท่านให้ดีที่สุด ทีมมาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ที่เข้าแข่งขันในครั้งนี้ ประกอบด้วย นายศุภชัย จรูญศักดิ์ ผู้ประสานงาน กับผู้เข้าแข่งขัน 2 คน คือ นายชัยวัฒน์ ชลมาส และนายอภิวัฒน์ ทองดีนอก จากศูนย์บริการมาสด้าไซม์ดาร์บี้ โดยผลการแข่งขันนั้นทีมไทย ทำผลงานได้ดีเกินคาด สามารถคว้าที่ 1 มาครองได้สำเร็จ
สรุปผลการแข่งขัน “Asia& Oceain 2008” ชนะเลิศ ได้แก่ทีม ไทย รองชนะเลิศอันดับ 1 เป็นของ ไต้หวัน และรองชนะเลิศอันดับ 2 ตกเป็นของ ทีมจากประเทศจีน โดยทั้ง 3 ทีมนี้ จะได้เข้าร่วมแข่งขันในระดับโลก ซึ่งนายปรมินทรน์ จะเป็นผู้ทำหน้าที่ดูแลพาทั้ง 3 ทีมไปแข่งขัน “MazTech World Final” ที่ฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนกรกฎาคม 2551 ก็มาลุ้นกันว่า ทีมไทยเราจะคว้ารางวัลอะไรกลับมา
รถยนต์ของมาสด้าเป็นที่คุ้นเคยในเมืองไทยมานานกว่า 57 ปี และยังคงดำเนินบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทย มาสด้ามุ่งมั่นในการนำอารมณ์สนุกสนานวัยเด็กกลับมาสู่ทุกท่านอีกครั้ง ด้วยการผลิตรถยนต์ภายใต้แนวคิด "ซูม-ซูม" อันเปี่ยมไปด้วยคุณลักษณะแห่งความ "ท้าทาย" "สร้างสรรค์" และ "ร่าเริง" เพื่อให้ทุกการขับขี่ของคุณไม่ใช่เพียงการเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง นอกเหนือจากยนตรกรรมอันทรงเอกลักษณ์แล้ว เรายังทุ่มเทอย่างหนักในการพัฒนาการบริการหลังการขายเพื่อให้ลูกค้าของมาสด้าทุกคนได้รับความพึงพอใจ เพราะเรายึดมั่นว่า รอยยิ้มของท่านคือความภาคภูมิใจของเรา
เชิญสัมผัสและทดลองขับรถยนต์นั่งสปอร์ตซีดานมาสด้า3 และสปอร์ตปิคอัพมาสด้า BT-50 สปอร์ตปิคอัพ พลังแรง และรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานของมาสด้า 91 แห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ มาสด้า สปีดไลน์ หมายเลขโทศัพท์ 0-2661-9880 หรือต่างจังหวัดโทรฟรี ได้ที่หมายเลข 1-800-226-408

http://www.mazda.co.th

GM แกะกล่องระบบไฮบริดรุ่นใหม่ แรงกว่าเดิม


จีเอ็มประกาศแกะกล่องระบบไฮบริดรุ่นใหม่ แรงกว่าเดิม
พร้อมขยายตลาดรถไฮบริด ช่วยประหยัด ลดมลพิษ ทั่วโลก
เจนีวา – จีเอ็มแนะนำระบบไฮบริดรุ่นใหม่ ให้กำลังเครื่องยนต์แรงขึ้น 3 เท่า แต่ประหยัดขึ้น 20% ตอบสนองความต้องการทั่วโลก ประหยัดเชื้อเพลิง ลดการใช้น้ำมัน ลดมลพิษ ในงาน เจนีวา มอเตอร์ โชว์ 2008 พร้อมเตรียมแผนส่งระบบไฮบริดรุ่นใหม่นี้ลงรถจีเอ็มหลายรุ่น เปิดตัวในงาน NAIAS 2010 ก่อนกระจายออกสู่ตลาดโลก คาดการณ์จะใช้รถไฮบริดทั่วโลกขั้นต่ำทะลุแสนคันต่อปี

มร.ริค แวกอเนอร์ ประธานบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ออกมาแนะนำ ระบบไฮบริด รุ่นใหม่ของจีเอ็ม ในงาน เจนีวา มอเตอร์ โชว์ 2008 ซึ่งเป็นรุ่นที่สอง หลังจากออกมาแนะนำรุ่นแรกในปี 2006 ซึ่งการคิดค้นระบบไฮบริดรุ่นใหม่นี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนแก้วิกฤติการณ์ของราคาน้ำมันดิบโลกที่สูงขึ้น การคิดค้นพลังงานทดแทนของจีเอ็มนับว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่จะตอบสนองความต้องการของทั่วโลกที่ต้องการความประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น ลดการใช้น้ำมัน และลดไอเสียจากเครื่องยนต์

ระบบไฮบริดรุ่นใหม่นี้ จะให้กำลังเครื่องยนต์มากขึ้นกว่าเดิม จากพลังงานของ ลิเธียม-ไอออน แบตเตอรี่ (Lithium-ion Battery) ที่บริษัท ฮิตาชิ วีฮีเคิล เอเนอร์จี จำกัด เป็นผู้จัดหาแบตเตอรี่ใช้กับระบบไฮบริดรุ่นใหม่ของจีเอ็ม ซึ่งจะทำให้ระบบไฮบริดใหม่นี้มีกำลังเครื่องยนต์มากกว่าระบบไฮบริดรุ่นแรกเกือบ 3 เท่าตัว ขณะเดียวกันจะให้ความประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้นอีกประมาณ 20% โดยขึ้นอยู่กับเครื่องยนต์และลักษณะของรถนั้นๆ
“ระบบไฮบริดใหม่นี้เป็นอีกก้าวสำคัญสำหรับกลยุทธ์ที่ใช้ในการลดการใช้พลังงานน้ำมันเชื้อเพลิงและมลพิษได้อย่างครอบคลุมและหลากหลายมากขึ้น” มร.แวกอเนอร์ เกริ่นนำในการเปิดตัวระบบไฮบริดรุ่นที่ 2 ในงาน เจนีวา มอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 78

ระบบไฮบริดรุ่นใหม่นี้จะผลิตขึ้นสืบเนื่องจากความสำเร็จของการเริ่มต้นการผลิตรถที่ใช้ระบบไฟฟ้าจากเทคโนโลยีไฮบริดในรุ่นปัจจุบันอย่าง แซเทิร์น วิว (Saturn Vue) แซเทิร์น ออร่า (Saturn Aura) และ เชฟโรเลต มาลิบู (Chevrolet Malibu) ซึ่ง มร.แวกอเนอร์เผยว่า จีเอ็มจะสามารถผลิตระบบไฮบริดด้วยต้นทุนที่ต่ำลง และจะเพิ่มปริมาณรถยนต์ไฮบริดของจีเอ็มให้ออกไปวิ่งอยู่บนถนนทั่วโลกได้มากยิ่งขึ้น
“การที่จะลดผลกระทบจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งจากการนำเข้าน้ำมันดิบ และจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของเครื่องยนต์ เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเช่นนี้จะต้องถูกนำมาใช้งานจริงกับรถยนต์ให้ได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งเราก็มีแผนที่จะผลักดันเทคโนโลยีไฮบริดรุ่นใหม่นี้ให้กระจายออกไปทั่วโลกในแบรนด์ต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาคของเรา ซึ่งแผนนี้จะเริ่มต้นขึ้นในอเมริกาเหนือตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นไป และเราก็หวังว่าจำนวนของรถที่ใช้เครื่องยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่นี้จะมีมากขึ้นกว่า 100,000 คันต่อปี เป็นอย่างน้อย” ประธานบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น กล่าว

ระบบไฮบริดรุ่นใหม่ของจีเอ็มจะเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้จีเอ็มได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ระบบไฮบริดรุ่นปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ล้ำหน้าของจีเอ็ม ซึ่งระบบไฮบริดรุ่นปัจจุบันนี้ ถูกใช้ใน เชฟโรเลต ทาโฮ (Chevrolet Tahoe) ปี 2007 และ จีเอ็มซี ยูคอน (GMC Yukon) และในปีนี้ระบบไฮบริดจะถูกนำไปใช้กับรถยนต์ คาดิลแลค เอสคาเลด (Cadillac Escalade) ที่เป็นรถฟูลไซส์เอสยูวี รวมทั้ง เชฟโรเลต ซิลเวอราโด (Chevrolet Silverado) และ จีเอ็มซี เซียร์ร่า (GMC Sierra) รถฟูลไซส์ปิคอัพ สำหรับรถ แซเทิร์น วิว กรีนไลน์ (Saturn Vue Green Line) จะเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้ารุ่นแรกที่ใช้ระบบไฮบริด ซึ่งจะผลิตขึ้นในปี 2009
นอกจากนี้ ด้วยกำลังที่มากขึ้นของ ลิเธียม-ไอออน แบตเตอรี่ ยังช่วยให้ระบบไฮบริดของจีเอ็ม สามารถนำไปใช้กับเครื่องยนต์หลากหลายชนิดมากขึ้น ทั้งเครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ เครื่องยนต์เทอร์โบกำลังสูงรุ่นใหม่ๆ เครื่องยนต์เชื้อเพลิงชีวภาพ และเครื่องยนต์ดีเซล
เทคโนโลยีไฮบริดนี้ยังมีจัดแสดงให้ชมในรถยนต์ ซาบ ไนน์-เอ๊กซ์ (Saab 9-X) เครื่องยนต์พลังงานชีวภาพที่ใช้ระบบเชื้อเพลิงไฮบริด เป็นคอนเซ็ปต์คาร์ภายในงาน เจนีวา มอเตอร์โชว์ ซึ่ง ซาบ คอนเซ็ปต์ คันนี้ให้มลพิษต่ำ โดยมีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 117 กรัมต่อ กิโลเมตร มีอัตราสิ้นเปลืองเพียง 4.9ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 20.4 กิโลเมตร ต่อ ลิตร
ระบบไฮบริดรุ่นใหม่ของจีเอ็มนั้น ยังสามารถช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยลดปริมาณมลพิษได้ จากวิธีการทำงานของระบบหลายๆ อย่าง ทั้งจากเครื่องยนต์ที่จะดับลงชั่วคราวเมื่อใส่เกียร์ว่าง ในบางจังหวะเครื่องยนต์จะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว การใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้ามากขึ้นเพื่อรักษาประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ ยืดระยะเวลาของการตัดการจ่ายน้ำมันเมื่อลดความเร็วลง เพิ่มประสิทธิภาพในการสำรองพลังงานไฟฟ้าจากการเบรก และการเพิ่มสมรรถนะในการเก็บประจุไฟของแบตเตอรี่ในระบบไฮบริด นอกจากนี้เพื่อเสริมให้รถเชื้อเพลิงไฮบริดนี้ มีความประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น จีเอ็มยังอาจมีการนำระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด รุ่นใหม่มาใช้อีกด้วย ซึ่งการพิจารณานั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดของรถหรือเครื่องยนต์
ภายในสิ้นปี 2008 นี้ จีเอ็มจะออกมาแนะนำรถยนต์ไฮบริดอีก 8 รุ่น ในอเมริกาเหนือ และเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดอีก 9 รุ่น ทั่วโลก พร้อมจะแนะนำรถไฮบริดรุ่นใหม่อีก 16 รุ่น ภายใน 4 ปีข้างหน้า

บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น สหรัฐอเมริกา (General Motors Corporations: GM) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก เป็นผู้นำด้านยอดจำหน่ายรถยนต์ทั่วโลกถึง 76 ปี ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2451 ปัจจุบันมีพนักงานทั่วโลกกว่า 280,000 คน โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ เมืองดีทรอยต์ สหรัฐอเมริกา และมีศูนย์การผลิตรถยนต์และรถกระบะใน 33 ประเทศ ในปี 2549 จีเอ็มจำหน่ายรถยนต์และรถกระบะไปกว่า 9.1 ล้านคัน ภายใต้แบรนด์ บูอิค (Buick) คาดิแลค (Cadilac) เชฟโรเลต (Chevrolet) จีเอ็มซี (GMC) โฮลเด้น (Holden) ฮัมเมอร์ (Hummer) โอลสโมบิล (Oldsmobile) โอเปิล (Opel) พอนทิแอค (Pontiac) ซาบ (Sabb) แซเทิร์น (Saturn) และว็อกซ์ฮอล (Vauxhall) นอกจากนั้น ระบบนำทางและขอความช่วยเหลือด้วยสัญญาณดาวเทียม ออนสตาร์ (OnStar) ของจีเอ็ม ทำให้จีเอ็มกลายเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ด้านความปลอดภัยและบริการด้านข้อมูลอีกด้วย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจีเอ็ม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.gm.com และ www.gmnext.com

CASTROL พาตะลุยยูโร 2008




“คาสตรอล” พาตะลุยยูโร 2008
กรรณิการ์ คณาธารณา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอสแพค ออยล์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น “คาสตรอล” และเอกราช เก่งทุกทาง นักพากย์กีฬาหนุ่มอารมณ์ดีชื่อดัง ร่วมจับฉลากจากผู้ส่งฝาเข้าชิงรางวัลทั่วประเทศ เพื่อมอบโชคใหญ่ภายใต้แคมเปญ “คาสตรอลลุ้นฝา พาตะลุยยูโร 2008” แจกแพ็กเกจชมฟุตบอลยูโร 2008 รอบชิงชนะเลิศ และรอบรองชนะเลิศ มูลค่า กว่า4 แสนบาท เพื่อสัมผัสบรรยากาศการแข่งขันแบบใกล้ชิดเกาะติดสนามที่ประเทศออสเตรีย ในเดือนมิถุนายนนี้

แคปติวา-คลับ เยือนศูนย์การผลิตรถยนต์ระดับมาตรฐานโลกของจีเอ็ม



แคปติวา-คลับ เยือนถิ่นกำเนิดรถสุดรัก
ตื่นตากับศูนย์การผลิตรถยนต์ระดับมาตรฐานโลกของจีเอ็ม
ระยอง – ชาติชาย สุวรรณเสวก กรรมการอำนวยการบริหาร บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส เซาท์อีสต์เอเชีย
โอเปอเรชั่นส์ จำกัด ให้การต้อนรับสมาชิกแคปติวา-คลับ (www.captiva-club.com) กว่า 60 ท่าน
ที่พร้อมใจกันขับเคลื่อนขบวนรถเอสยูวีสายพันธุ์อเมริกัน เชฟโรเลต แคปติวา กว่า 20 คัน มุ่งหน้าสู่ศูนย์การผลิตรถยนต์ระดับมาตรฐานโลกของเจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย จังหวัดระยอง เพื่อศึกษากระบวนการการผลิตรถยนต์ด้วยมาตรฐานการผลิตของจีเอ็มทั่วโลก (GM’s Global Manufacturing System: GMS) ซึ่งให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และการควบคุมตรวจสอบคุณภาพสินค้า

การเข้าเยี่ยมชมศูนย์การผลิตฯ ของจีเอ็มในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความสนใจของกลุ่มสมาชิก
แคปติวา- คลับ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความชื่นชอบในรถยนต์เชฟโรเลต แคปติวา และจัดตั้งเป็นเว็ปไซต์เพื่อการสื่อสารระหว่างสมาชิกฯ ในการรวมกลุ่มจัดกิจกรรมกระชับมิตรที่เอื้อต่อการทดสอบสมรรถนะ อันทรงพลังของรถยนต์เชฟโรเลตที่ผู้เป็นเจ้าของภาคภูมิใจ ทั้งยังเปิดโอกาสให้บรรดาสมาชิกได้ติดต่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทำความคุ้นเคยกับยานยนต์ที่ตนรักนับตั้งแต่ขณะอยู่บนสายการผลิต โดยมีทีมผู้บริหารและวิศวกรจาก เจนเนอรัล มอเตอร์ส และ เชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย ให้ความร่วมมือในการตอบคำถาม คลายข้อสงสัยทั้งด้านเทคนิคและการบริการ มอบให้กับผู้เป็นเจ้าของรถยนต์ เชฟโรเลต ทุกรุ่น

นอกจากนี้ เชฟวี่ และ จีจี้ มาสคอทของโครงการ คุณหนูปลอดภัยในยานยนต์ ที่ริเริ่มโดยจีเอ็ม ประเทศไทย ได้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อรณรงค์เกี่ยวกับการดูแลความปลอดภัยในขณะขับขี่รถยนต์ โดยเฉพาะเมื่อมีเด็กโดยสารในรถยนต์

ทั้งนี้ ศูนย์การผลิตรถยนต์ระดับมาตรฐานโลกของเจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย ในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง ได้ผลิตรถยนต์ภายใต้แบรนด์ต่างๆ อันหลากหลาย
ของจีเอ็ม ด้วยมาตรฐานหนึ่งเดียวเพื่อคุณภาพการผลิตอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
จากภาพ:

ชาติชาย สุวรรณเสวก กรรมการอำนวยการบริหาร บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส เซาท์อีสต์เอเชีย
โอเปอเรชั่นส์ จำกัด ให้การต้อนรับ สมาชิก
แคปติวา-คลับ (www.captiva-club.com) กว่า 60 ท่าน ที่พร้อมใจกันขับเคลื่อนขบวน
รถเอสยูวีสายพันธุ์อเมริกัน เชฟโรเลต แคปติวา
กว่า 20 คัน มุ่งหน้าสู่ ศูนย์การผลิตรถยนต์ระดับมาตรฐานโลกของเจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย จังหวัดระยอง เพื่อศึกษากระบวนการการผลิตรถยนต์ด้วยมาตรฐานการผลิตของจีเอ็มทั่วโลก (GM’s Global Manufacturing System: GMS) ซึ่งให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และการควบคุมตรวจสอบคุณภาพสินค้า

The E-Class Environmental Caravan 2008


The E-Class Environmental Caravan 2008
บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ใคร่ขอเรียนเชิญท่านลูกค้า E-Class รุ่นปัจจุบัน (W211) เข้าร่วมกิจกรรม “The E-Class Environmental Caravan 2008” ระหว่างวันที่ 10 – 11 พฤษภาคม 2551 บน เส้นทางกรุงเทพฯ – หัวหิน ใน รูปแบบการเดินทาง Rally และเนื่องจากทางบริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเป็นการช่วยลดภาวะโลกร้อน ดังนั้นหนึ่งในกิจกรรมที่ท่าน จะได้ร่วมประสบการณ์พิเศษในครั้งนี้ คือการได้ร่วมปลูกป่า ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ในเขตพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

สำหรับค่าใช้จ่ายในการร่วมกิจกรรมครั้งนี้ พิเศษเพียงคันละ 4,500 บาท สำหรับลูกค้า 2 ท่าน รวมค่าห้องพักที่โรงแรมไฮแอท รีเจ้นซี หัวหิน จำนวน 1 ห้อง ค่าอาหาร และกิจกรรมตลอดงาน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณพรทิพย์ 02-344-6143 หรือ คุณปิยะธิดา 02-344-6162

ทางบริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับเกียรติจากท่านในการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ และ ทางบริษัทฯ ใคร่ขอสงวนสิทธิ์เฉพาะ 80 คันแรกเท่านั้น ที่ส่งแฟกซ์แบบฟอร์มตอบรับภายในวันที่ 6 พฤษภาคม ศกนี้

29 เม.ย. 2551

นางแบบสาว จี๊ด-แสงทอง โชว์อึ๋มเซ็กซี่ +VOLVO C30




 “จี๊ด-แสงทอง” โชว์อึ๋มเซ็กซี่ประกบ VOLVO C30

จี๊ด-แสงทอง เกดอู่ทอง นางแบบสุดฮอต หวานใจนายแบบหนุ่มตาหวาน “อนันดา” มาโพสต์ท่าสุดเซ็กซี่ภายใต้ชุดหนังรัดรูปรัดเปรี๊ยะสีแดงสุดร้องแรงเหนือคำบรรยายเคียงข้างรถยนต์สปอร์ตคูเป้ “วอลโว่ C30” ที่ค่ายวอลโว่นำเปิดตัว ในงาน มอเตอร์โชว์ครั้งล่าสุด ได้ข่าวมาว่ากระจอกข่าวในงานถึงกับตะลึงและอ้าปากค้างเมื่อได้เห็นความเซ็กซี่อลังการแบบจี๊ดๆ

28 เม.ย. 2551

Michelin Safe on the Road




Michelin Safe on the Road
ระดมแนวทางลดอุบัติภัยช่วงสงกรานต์ 
ส่ง “หมอยาง” ออกตรวจสุขภาพยางทั่วประเทศ ช่วงก่อนสงกรานต์


มิชลิน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย และมูลนิธิเมาไม่ขับ ผนึกกำลังสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนในโครงการ “Michelin Safe on the Road” ด้วยการจัดเสวนา “สงกรานต์ เทศกาลแห่งความสุข?” เพื่อระดมความคิดและหาแนวทางป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ ซึ่งเป็นเทศกาลวันหยุดที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุสูงสุดช่วงหนึ่งในรอบปี นอกจากนี้ มิชลินยังส่ง “หมอยาง” ออกตรวจสุขภาพยางให้ผู้ใช้รถ ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท.ที่เข้าร่วมโครงการฯ ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร ไทร์พลัส และศูนย์บริการยางมิชลินทั่วประเทศ ฟรี ตลอดเมษายนนี้

นายประยงค์ หิรัญญะวณิชย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มสยามมิชลิน กล่าวถึงการจัดโครงการ Michelin Safe on the Road ว่า “มิชลินมีเจตนารมณ์อันแน่วแน่และมุ่งมั่นในการสร้างจิตสำนึก เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วประเทศตระหนักถึงความปลอดภัยในการขับขี่อยู่เสมอ เพื่อให้สังคมมีการสัญจรที่ดีกว่าอย่างยั่งยืน โครงการนี้เป็นโครงการต่อเนื่องระยะยาวโดยเกิดจากความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิเมาไม่ขับ และมิชลิน ซึ่งในครั้งนี้เป็นการ รณรงค์ลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่กำลังจะมาถึง”
“จากสถิติของกระทรวงมหาดไทยในปีที่ผ่านมาพบว่า ในเทศกาลสงกรานต์ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นรวมทั้งสิ้น 4,274 ครั้ง โดยมีจำนวนผู้เสียชีวิต 361 คน และบาดเจ็บอีก 4,805 คน ดังนั้นเพื่อให้สงกรานต์เป็นเทศกาลแห่งความสุขที่ครอบครัวได้อยู่กันพร้อมหน้า ผู้คนได้กลับไปเยี่ยมครอบครัว รวมถึงทัศนาจรอย่างมีความสุข ความปลอดภัยบนท้องถนนจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก และเพื่อร่วมกันหาแนวทางปฏิบัติเพื่อสร้างจิตสำนึกและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ มิชลินจึงจัดเสวนา “สงกรานต์ เทศกาลแห่งความสุข?” ขึ้น เพื่อระดมความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เทศกาลสงกรานต์เป็นเทศกาลแห่งความสุขตามชื่องานเสวนาในครั้งนี้อย่างแท้จริง” นายประยงค์ กล่าวต่อ
นายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า “ภารกิจหลักของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย คือการกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัย พร้อมทั้งสร้างระบบป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูหลังเกิดภัย เพื่อเป็นหลักประกันด้านความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแก่ประชาชน อุบัติเหตุบนท้องถนน ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ภาครัฐเล็งเห็นความสำคัญ และกำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนให้ทุกหน่วยงานช่วยกันดูแลอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลซึ่งมีวันหยุดยาวต่อเนื่อง และประชาชนนิยมเดินทางกลับภูมิลำเนา จึงอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้บ่อยกว่าปกติ โครงการ Michelin Safe on the Road เป็นอีกหนึ่งโครงการโดยความร่วมมือจากภาคเอกชนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าจะช่วยให้เกิดการสัญจรที่ดีกว่าตามเจตนารมย์ของมิชลินอย่างแน่นอน”
พล.ต.ต.ภานุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะผู้ดูแลความเรียบร้อยของการจราจร กล่าวว่า “สำหรับเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้อย่างเต็มที่ เพื่อดูแลความเรียบร้อยในทุกเส้นทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นทางหลักที่มีการสัญจรอย่างคับคั่ง นอกจากนั้น ยังได้กำชับให้ทุกด่านตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ เพื่อให้อุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์เกิดขึ้นน้อยที่สุด ซึ่งทางตำรวจใคร่ขอความร่วมมือจากประชาชนในการปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของท่านและเพื่อนร่วมทาง”
นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ กล่าวว่า “อย่างที่ทราบว่าอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการเมาแล้วขับ ในส่วนของมูลนิธิฯ เราได้รณรงค์อย่างจริงจังและต่อเนื่องเป็นเวลานาน ถึงแม้ว่าสถิติการเกิดอุบัติเหตุจะลดลงจากเมื่อก่อน แต่วันนี้เรายังไม่สามารถไปถึงเป้าหมายที่ต้องการได้ นั่นคือ การไม่เกิดอุบัติเหตุเลย ผมไม่อยากให้เทศกาลสงกรานต์ เป็นเทศกาลแห่งความตายอีกต่อไป ดังนั้นเพื่อให้เทศกาลสงกรานต์เป็นเทศกาลแห่งความสุข ผมขอให้ทุกท่านหลีกเลี่ยงการขับขี่ขณะมึนเมา และตรวจเช็คสภาพความพร้อมของรถยนต์ให้ดีก่อนออกเดินทาง”
นายประยงค์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “เพื่อให้สอดคล้องกับแผนป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ มิชลิน ได้จัดกิจกรรม “ตรวจสุขภาพยาง” แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่าน โดยส่งทีม “หมอยาง” ออกตรวจสภาพยาง พร้อมรายงานผลเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้ทราบถึงสุขภาพยางของตน นอกจากนั้นยังให้คำแนะนำในเรื่องความดันลมยางที่ถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว ได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ศูนย์บริการยางรถยนต์ไทร์พลัส และศูนย์บริการยางมิชลินทั่วประเทศ ท่านผู้สนใจสามารถเข้ารับการตรวจสอบสุขภาพยางได้ตลอดเดือนเมษายนนี้” (สำหรับสถานีบริการน้ำมัน ปตท.ที่เข้าร่วมโครงการ ผู้ใช้รถสามารถเข้ารับบริการได้ระหว่างวันที่ 4-10 เมษายนนี้)