11 ก.ย. 2551

Nissan Tiida Latio ใหม่








Nissan Tiida Latio ใหม่ 
นิสสันรุกตลาดเก๋งไซด์กลาง ส่งทีด้า ลาติโอ ใหม่ 2 รุ่น
ตอบโจทย์ผู้ประกอบการรถรับจ้างเพื่อการสาธารณะ

กรุงเทพฯ - (10 กันยายน 2551) : บริษัท สยามนิสสัน ออโตโมบิล จำกัด
ส่ง Nissan Tiida Latio ใหม่ 2รุ่น ลงตลาดเจาะกลุ่มผู้ประกอบการรถรับจ้างเพื่อการสาธารณะ เน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถยนต์ที่ได้มาตรฐานในราคาที่เหมาะสม

มร. โคจิ โอคูดะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส การตลาดและขาย บริษัท สยามนิสสัน ออโตโมบิล จำกัด เปิดเกมส์รุกตลาดรถยนต์ขนาดกลาง ส่ง Nissan Tiida Latio ใหม่ 2 รุ่นลงตลาด คือรุ่น 1.6P ที่มีอุปกรณ์พิเศษครบเครื่อง อาทิ กุญแจรีโมท กระจกไล่ฝ้า กระจกไฟฟ้า และระบบเซ็นทรัลล็อค และรุ่น 1.6PL รถยนต์เก๋งเพื่อการพาณิชย์ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าธุรกิจรถรับจ้างเพื่อการสาธารณะ 

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท สยามนิสสัน ออโตโมบิล จำกัด ได้จัดกิจกรรม เปิดตัวรถยนต์รุ่นพิเศษ Nissan Tiida Latio 1.6P และ Nissan Tiida Latio 1.6PL ขึ้น ณ ฮาร์ดร็อค พัทยา จังหวัดชลบุรี โดยเชิญ กลุ่มผู้ประกอบการรถแท็กซี่รายใหญ่สัมมนา เพื่อแนะนำรถยนต์ Nissan Tiida Latio ใหม่ 2 รุ่น ซึ่งในงานนี้ มร.โคจิ โอคูดะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส การตลาดและขาย ร่วมกับ มร. โรเจอร์ อิมเมล รองผู้จัดการใหญ่ขาย พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ ได้ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และประสบการณ์ร่วมกับผู้ประกอบการจากหลายๆ บริษัทที่เข้าร่วมงาน เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น และจัดให้มีการทดลองขับรถยนต์ Tiida Latio เพื่อสัมผัสถึงสมรรถนะและความปลอดภัย คุ้มค่าเหมาะกับการใช้งาน

 สำหรับแผนการตลาดสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ทั้ง 2 รุ่นนี้ มุ่งเน้นลูกค้าที่ต้องการรถยนต์ที่มีมาตรฐานในราคาที่เหมาะสม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรถเช่า รถแท็กซี่ และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ประเภทต่างๆ ที่แสวงหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ในเรื่องของความคุ้มค่าของตัวรถ ความสวยงาม สะดวกสบาย ประหยัด บนพื้นฐานของสมรรถนะที่เกินตัว ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญในการดำเนินกิจกรรมด้านการตลาด และการบริการภายใต้คอนเซ็ปต์ 3 P อันได้แก่ ผลิตภัณฑ์ (Product) ราคา (Price) และ อะไหล่ (Part) โดยวางเป้าจำหน่ายรถยนต์รุ่นพิเศษในปีนี้ 600 คัน พร้อมทยอยส่งมอบในช่วงเดือนกันยายนนี้ และสำหรับรถรุ่นอื่นๆ บริษัทฯ มีแผนอย่างต่อเนื่องที่จะะขยายตลาดสู่กลุ่มผู้บริโภคในส่วนของข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ในลำดับต่อไป
ราคาจำหน่ายทั้ง 2 รุ่น
Nissan Tiida Latio 1.6L รุ่น P ราคา 534,000 บาท
Nissan Tiida Latio 1.6L รุ่น PL ราคา 514,000 บาท

Volvo ReCharge Concept













เสียบปลั๊ก แล้ววิ่งฉิว  
Volvo ReCharge Concept
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 9 วินาที ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. เมื่อชาร์ตเต็มแล้วเดินทาง 150 กม. วิ่งรวดเดียว กินน้ำมันแค่ 52.63 กม./ลิตร ในกรณีที่ใช้แบตเตอร์รี่อย่างเดียว 100 กม. ไม่ต้องเติมน้ำมันแม้แต่หยดเดียว !!

Volvo ReCharge Concept

รถไฮบริด วิ่งด้วยพลังมอเตอร์แยกขับโดยตรงสู่แต่ละล้อ มีเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร ที่สามารถใช้น้ำมันได้หลากหลายชนิด เป็นตัวแบ๊กอัพ เพื่อปั่นเจนเนอร์เรเตอร์เพื่อชาร์ตแบตฯ และขับเคลื่อนมอเตอร์โดยตรง เมื่อไฟแบตฯเริ่มอ่อนลง
เครื่องยนต์จะสตาร์ตขึ้นโดยอัตโนมัตเพื่อผลิตไฟฟ้า และชาร์ตแบตเตอร์รี่ไปพร้อม ๆ กันเมื่อพลังแบตเตอร์รี่ลดลงเหลือ 70 เปอร์เซนต์
ในกรณีที่ต้องการความมั่นใจคนขับก็สามารถติดเครื่องยนต์ด้วยตัวเองก่อนเพื่อชาร์ตไฟให้เต็มเมื่ออยู่บนไฮเวย์เพื่อสำรองไฟฟ้าในแบตเตอร์รี่สำหรับการใช้งานในเขตเมืองที่จะเข้าไปผจญกับการจารจรที่คับคั่งอย่างไร้มลภาวะ ด้วยเสียงที่เงียบกริบ 
 Volvo ReCharge Concept ยังสามารถเสียบปลักไฟบ้านแล้ววิ่งฉิวได้ไกลถึง 100 กม. โดยการชาร์ตไฟเต็มในเวลาแค่ 3 ชั่งโมง
เมื่อใช้แบเตอร์รี่อย่างเดียวโดยไม่ต้องติดเครื่องยนต์ อัตราความสิ้นเปลือง ก็จะเป็น 0.00 ลิตร/100 กม. !!
ไม่ง้อน้ำมันใด ๆ ก็ได้ อาศัยแค่ปลั๊กไฟบ้านที่ไหนก็ได้เพื่อชาร์ตแบตฯ แล้ว อีก 3 ชั่งโมงต่อมาก็วิ่งต่อไปได้อีก 100 กม.
จึงเข้าล็อคกับกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ในเมืองส่วนมากที่วิ่งแค่วันละไม่เกิน 80 กม. ซึ่งกลุ่มนี้มีถึง 80 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว

Volvo ReCharge Concept ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์แยกแต่ละล้ออย่างอิสระ ไม่มีระบบเกียร์ให้ยุ่งยาก ในการบำรุงรักษาเกียร์เพลาขับที่ซับซ้อนอย่างในรถธรรมดาไปได้อย่างสิ้นเชิง

Volvo ReCharge Concept เป็นรถต้นแบบ มีพื้นฐานตัวถังจาก รุ่น C30 เปิดตัวครั้งแรกในงานแฟรงค์เฟิณืต มอเตอร์โชว์ ครั้งล่าสุด
 “รถไฮบริดไฟฟ้าแบบนี้เป็นยานพาหนะอนาคตที่จำเป็นต้องพัฒนาเพื่อให้อยู่ภายใต้การควบคุมบริมาณก๊าสคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ เป็นรถไฟฟ้าคอนเซพท์คาร์ที่ใช้เครื่องยนต์เป็นแหล่งแบกอัพพลังไฟฟ้าที่ถือว่าเยี่ยมยอดที่สุด” มร. Magnus Jonsson ประธานอาวุโสแผนกวิจัยและพัฒนาของวอลโวคาร์กล่าวถึงสถิติการใช้รถยนต์ที่น่าสนใจ เพื่อรองรับความต้องการ

Volvo ReCharge Concept เป็นรถไฮบริดที่ใช้นวรรตกรรมล่าสุดในนาม "series hybrid" ไม่มีกลไก หรือระบบส่งกำลัง เช่นเกียร์ ต่อเชื่อมระหว่างเครื่องยนต์กับล้อทั้ง 4

มอเตอร์ไฟฟ้าแยกอิสระแต่ละล้อ
• แบตเตอร์รี่ ลิเธี่ยม-โพลิเมอร์ พ่วงเป็นชุดอยู่ในกล่องมิดชิดด้านท้ายรถ
• มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว แยกขับเคลื่อน และส่งแรงบิดแต่ละล้ออย่างอิสระแก่กัน
• เครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ 4 จังหวะ สามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้หลากหลายชนิด เป็นตัวขับเจนเนอร์เรเตอร์แบบพิเศษ เพื่อส่งพลังงานไฟฟ้าสู่มอเตอร์โดยตรง หรือพร้อม ๆ กับชาร์ตแบตเตอร์รี่ไปด้วยในเวลาเดียวกัน

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่















ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย

• ประเทศไทยปรับบทบาทเป็น “โรงงานแม่” ในการผลิตซิตี้ ใหม่

• ฮอนด้า ซิตี้ โฉมใหม่ มีแผนผลิตและจำหน่ายทั่วโลกโดยเปิดตัวในไทย เป็นประเทศแรก

• คาดการณ์รถยนต์นั่งขนาดซับคอมแพคท์เติบโตกว่าร้อยละ 50 ในปีนี้ เนื่องจากลูกค้าต้องการรถยนต์เล็กที่ประหยัดน้ำมันมากขึ้น


กรุงเทพฯ (10 กันยายน 2551) – บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด แถลงวันนี้ว่าโรงงานของฮอนด้าที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะเป็น “โรงงานแม่” ในการผลิตรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ทั่วโลก ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลกวันนี้ ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยาม พารากอน 

ทั้งนี้การชี้แจงดังกล่าวแสดงถึงความไว้วางใจที่ฮอนด้ามีต่อศักยภาพและความเชี่ยวชาญในการผลิตรถยนต์ของประเทศไทย รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมสนับสนุนของประเทศ ทั้งยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของฮอนด้าที่จะสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ระดับโลก

มร. เคนจิ โอตะกะ ประธานบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในงานเปิดตัวรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ซึ่งจัดขึ้นในประเทศไทยเป็นที่แรกในโลกว่า “ฮอนด้ามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นผู้นำในการผลิตรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ใหม่ทั่วโลกซึ่งเป็นประจักษ์พยานสำคัญของความสามารถและความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและการผลิตที่ล้ำหน้าของอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย”  

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 ฮอนด้าได้ลงทุนในประเทศไทยเป็นมูลค่ากว่า 21,000 ล้านบาททั้งด้านการสร้างโรงงาน จัดหาเทคโนโลยีและอบรมบุคลากร ซึ่งช่วยให้เกิดการต่อยอดด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและความชำนาญของโรงงานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้ก้าวขึ้นเป็นโรงงานระดับโลก

“การลงทุนและโครงการระยะยาวของเราในประเทศไทยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากรทำให้โรงงานของฮอนด้าในประเทศไทยพร้อมก้าวสู่ความเป็น “โรงงานแม่” ซึ่งหมายความว่า ทีมงานของโรงงานในประเทศไทยได้รับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นในการให้คำแนะนำด้านเทคโนโลยีแก่โรงงานอื่นๆ ของฮอนด้าในอินเดีย จีน และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ในการผลิตรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่” มร. โอตะกะกล่าว

มร.โอตะกะกล่าวเสริมว่า ตลาดรถยนต์นั่งขนาดซับคอมแพคท์มีโอกาสเติบโตสูงมาก เนื่องจากลูกค้าต้องการรถยนต์ขนาดเล็กประหยัดน้ำมัน ความกว้างขวางสะดวกสบาย มีระบบความปลอดภัย ขับง่ายและให้ความสนุกในการขับขี่มากยิ่งขึ้น 

“แนวโน้มใหม่อย่างหนึ่งของลูกค้าที่เกิดขึ้นทั่วโลกด้วยราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นคือ ลูกค้าที่ซื้อรถคันแรกและคันที่สองจะพิจารณารูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันและความต้องการในการเดินทางของตนอย่างจริงจัง ลูกค้าจะพิจารณาปัจจัยต่างๆ เพื่อใช้ในการตัดสินใจอย่างรอบคอบ แต่จะนิยมรถยนต์ขนาดคอมแพคท์หรือซับคอมแพคท์ที่มีค่าใช้จ่ายในการใช้งานและบำรุงรักษาน้อย” มร.โอตะกะกล่าว 

จากการวิจัยลูกค้าพบว่า ผู้ใช้รถยนต์ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับดีไซน์เป็นพิเศษ หรือต้องการห้องโดยสารที่กว้างขวางและการประหยัดน้ำมัน ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ที่ออกแบบโฉบเฉี่ยวบ่งบอกรสนิยมการใช้ชีวิตที่ทันสมัย 

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ได้รับการออกแบบใหม่หมด มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นสะดุดตา ด้วยดีไซน์รูปทรงที่มาจากท่าการยิงธนู แต่ยังคงความคล่องแคล่วของรถยนต์ขนาดซับคอมแพคท์ พร้อมกับความกว้างขวางในแบบของรถซีดาน

“จากการวิเคราะห์ตลาดของเรา ประมาณอัตราการเติบโตของรถยนต์นั่งขนาดซับคอมแพคท์ในปีนี้ไว้ที่กว่าร้อยละ 50 เราคาดว่ายอดการจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ในประเทศ จะเป็น 35,000 คัน ภายใน 1 ปีหลังจากแนะนำสู่ตลาด และ 24,000 คันเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย อาฟริกา ตะวันออกกลาง และยุโรปตะวันออก” มร. โอตะกะกล่าว


ทีมออกแบบและพัฒนาของฮอนด้าตั้งเป้าหมายพัฒนารถยนต์ทุกรุ่นให้เป็นรถยอดเยี่ยมที่สุดในระดับเดียวกันและเพื่อให้เหนือความคาดหมายของลูกค้าทั้งในด้านรูปลักษณ์ สมรรถนะ ความปลอดภัย และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ได้ร่วมกันพัฒนาฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ “ผลิตในประเทศไทย” ให้มีทั้งดีไซน์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยของฮอนด้า

“เป้าหมายโดยรวมของเราอยู่ที่การสร้างรถยนต์ที่ผู้เป็นเจ้าของรู้สึกภาคภูมิใจ เราเน้นการออกแบบโฉบเฉี่ยวดูทันสมัย เพื่อให้ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่มีความโดดเด่น สง่างามบนท้องถนน มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่สะดวกสบายกว่ารถยนต์ในระดับเดียวกัน เราถือเป็นเป้าหมายของเราที่จะมอบความสนุกในการขับขี่ควบคู่ไปกับความสะดวกสบายแก่ลูกค้า” มร. โอตะกะกล่าวเพิ่มเติม 

รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มี 3 รุ่นหลักคือ รุ่น S รุ่น V และรุ่น SV ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุด มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร i-VTEC ซึ่งให้กำลังสูงสุดถึง 120 แรงม้า รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด มีจำหน่ายในทั้งสามรุ่น และเฉพาะรุ่น S มีเกียร์ธรรมดาให้เลือก

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 524,000 บาท ถึง 694,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและคุณสมบัติ โดยมีให้เลือก 6 สี ได้แก่ สีแดงฮาบาเนโร (มุก) สีน้ำเงินดีพ ลาปิซ (เมทัลลิก) สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) สีเทาโพลิช เมทัล (เมทัลลิก) สีทองโบลด์ เบจ (เมทัลลิก) และสีดำคริสตัล (มุก)

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจัดกิจกรรมเปิดตัวแก่สาธารณชนทั่วไปภายใต้ชื่องาน “The Journey of City” ระหว่างวันที่ 12-14 กันยายน ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยาม พารากอน อีกด้วย

ผู้สนใจสามารถสั่งจองฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทุกแห่งทั่วประเทศ โดยจะสามารถส่งมอบได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป 

คำกล่าว เปิดงาน ของ มร.ฟุมิฮิโกะ อิเคะ
ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ 
บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด

สวัสดีครับสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษทุกท่าน

ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานกับท่านในวันสำคัญของประวัติศาสตร์ฮอนด้าในวันนี้  
ซึ่งเราจะแนะนำรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ รุ่นใหม่ล่าสุด ยนตรกรรมที่สะท้อนถึงความสุขที่ลูกค้าจะได้รับและความก้าวหน้าอีกขั้นของการดำเนินงานของฮอนด้าในเอเชีย

รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ เริ่มเปิดตัวครั้งแรกในปี 2539 เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในภูมิภาคเอเชีย และกลายเป็นรถรุ่นที่สำคัญมีจำหน่ายใน 39 ประเทศนอกเหนือจากภูมิภาคเอเชีย โดย เมื่อเร็วๆ นี้ มียอดจำหน่ายสะสมมากกว่า 1 ล้านคันแล้ว

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ได้รับการพัฒนาให้ก้าวล้ำไปอีกระดับ โดยเป็นรถยนต์ฮอนด้ารุ่นที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์สำหรับฮอนด้าทั่วโลกต่อจากรุ่นอื่น ๆ เช่น ซีวิค แอคคอร์ด ซีอาร์-วี และแจ๊ซ

ฮอนด้า ซิตี้ รุ่นใหม่ล่าสุดได้รับการออกแบบให้แตกต่างจากแนวคิดเดิมของรถซีดานขนาดซับคอมแพคท์  
เรามีเป้าหมายในการสร้างคุณค่าใหม่ ๆ ให้แก่ลูกค้าของเราเสมอ เพื่อมอบความสุขและความพึงพอใจที่ เหนือความคาดหมายของลูกค้า ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ นับว่าเป็นตัวอย่างล่าสุดของแนวคิดดังกล่าว

ดังนั้นเราจึงเชื่อมั่นว่า ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่จะสร้างมาตรฐานใหม่ที่สมบรูณ์แบบของรถซีดาน ขนาดซับคอมแพคท์ 

ความล้ำหน้าของซิตี้ ใหม่ แสดงถึงปรัชญาของฮอนด้าและความก้าวหน้าของการดำเนินงานของฮอนด้าในเอเชีย


ปัจจุบันเราผลิตฮอนด้า ซิตี้ ใน 7 ประเทศทั่วโลก โดยมีโรงงานในประเทศไทย เป็นโรงงานหลักในเอเชีย นับเป็นครั้งแรกที่เราเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในประเทศไทยโดยที่ไม่มีโรงงานแม่ นั่นหมายถึงประเทศไทยจะเป็นโรงงานหลักของฮอนด้าทั่วโลกซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนโรงงานอื่น ๆ นอกเหนือประเทศไทย นอกจากนี้ เรามีแผนที่จะส่งออกฮอนด้า ซิตี้ จากประเทศไทยไปยังจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ อีกด้วย  

จากการผลิตฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ เราประสบความสำเร็จในการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตระดับโลกโดยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดของฮอนด้ามาใช้ และเมื่อโรงงานที่ 2 ของประเทศไทยเริ่มดำเนินการในเดือนหน้า โรงงานแห่งนี้จะเพิ่มบทบาทที่สำคัญยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของการดำเนินงานของเราไม่ใช่เพียงการขยายโรงงานเท่านั้น

กุญแจแห่งความสำเร็จก็คือการเติบโตและพัฒนาการอันก้าวหน้าของพนักงานฮอนด้าซึ่งเป็นผู้ที่ผลิตรถยนต์ของเราโดยมีหน่วยงานวิจัยและพัฒนาช่วยเสริมด้านการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี

การเติบโตดังกล่าวถือว่าเป็นก้าวต่อไปของการดำเนินงานของฮอนด้าในเอเชีย ในฐานะผู้ผลิต ยนตรกรรมให้ลูกค้าทั่วโลกพึงพอใจ

แม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจจะไม่ค่อยชัดเจนนัก เราก็ยังมีความมั่นใจในการแนะนำฮอนด้า ซิตี้ โฉมใหม่ ในวันนี้ นับเป็นเป้าหมายของฮอนด้าที่จะเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น เราได้แนะนำรถยนต์ที่มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยชั้นสูงและให้ความสนุกในการขับขี่

ปัจจุบันน้ำมันมีราคาสูงขึ้น ส่งผลให้ความต้องการรถขนาดเล็กทั่วโลกมีมากขึ้น เราได้พัฒนา ฮอนด้า ซิตี้ บนพื้นฐานของพันธกิจในการนำเสนอรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันแก่ลูกค้า  

ด้วยแนวทางดังกล่าว ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่จะสามารถมอบความสนุกในการขับขี่อีกระดับให้กับลูกค้าของเรา ในขณะเดียวกัน ฮอนด้า ซิตี้ นับว่าเป็นตัวแทนของความสุขของพนักงานฮอนด้า รวมทั้งแสดงถึงพัฒนาการในการดำเนินงานของฮอนด้าในเอเชีย เราได้เดินทางมาถึงประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของฮอนด้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ ทั้งฮอนด้า ซิตี้ และฮอนด้าในประเทศไทยก็พร้อมแล้วที่จะก้าวไปสู่ระดับโลก

ขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมงานกับเราในวันนี้

.......................................

รายละเอียด ตัวรถ ฮอนด้า ซีตี้ ใหม่ และศักยภาพที่โลกต้องตะลึง
ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ “ความล้ำหน้า... สู่ชีวิตเหนือระดับ”

ฮอนด้า ซิตี้ โฉมใหม่ ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่หมด รวมทั้งประกอบและผลิตในประเทศไทย เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย จึงเป็นสิ่งยืนยันคุณภาพการผลิตและเทคโนโลยี ล้ำหน้าของโรงงานระดับโลกของฮอนด้าที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของฮอนด้าในภูมิภาคนี้ ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำการผลิตฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ทั่วโลก ทั้งนี้ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ เป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 ของรถยนต์ซับคอมแพคท์ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงและได้รับการยอมรับมาแล้วทั่วโลก

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่มาพร้อมกับรูปโฉมที่ปราดเปรียวสะดุดตา ภายในที่กว้างขวาง สมรรถนะที่เหนือชั้นด้วยเครื่องยนต์ i-VTEC จึงเป็นรถยนต์ที่โฉบเฉี่ยวทันสมัย เปี่ยมสมรรถนะ ความสะดวกสบาย ประหยัดน้ำมัน ขับขี่ง่าย และให้ความสนุกในการขับขี่

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ จะสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับรถยนต์นั่งขนาดซับคอมแพคท์ด้านความสปอร์ตทันสมัย ห้องโดยสารที่กว้างขวางและความสะดวกสบาย 

มีอะไรใหม่ในฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

• ดีไซน์แบบรถสปอร์ตโฉบเฉี่ยว – การออกแบบรูปทรงที่มาจากท่าการยิงธนูทำให้ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ดูเปี่ยมด้วยพลัง

• ยาวขึ้น กว้างขึ้นและหนักแน่นขึ้น – ฮอนด้า ซิตี้ใหม่มีความยาว 4,395 มิลลิเมตร (ยาวกว่ารุ่นเดิม 5 มิลลิเมตร) กว้าง 1,695 มิลลิเมตร (กว้างกว่า 5 มิลลิเมตร) และสูง 1,470 มิลลิเมตร (น้อยกว่ารุ่นเดิม 15 มิลลิเมตร) ทำให้ลู่ลม ปราดเปรียวและหนักแน่นกว่าเดิม พร้อมวางตำแหน่งที่นั่งคนขับได้เหมาะสมขึ้น

• ฐานล้อกว้างขึ้น – ด้วยฐานล้อที่กว้างขึ้น 100 มิลลิเมตร ทีมนักออกแบบและวิศวกรของฮอนด้าใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเพิ่มพื้นที่ภายในให้กว้างขึ้นทั้งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

• เครื่องยนต์ทรงพลัง – ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ ให้กำลัง 120 แรงม้า ซึ่งทรงพลังกว่าซิตี้รุ่นเดิม 10 แรงม้า สามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E-20 และผ่านมาตรฐานไอเสียระดับยูโร 4 อีกด้วย

• ดีไซน์ไฟหน้าเฉียบคม – จากด้านหน้า ไฟหน้าของฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มีดีไซน์ที่เฉียบคมและมีชีวิตชีวา ด้วยการออกแบบด้านท้ายให้สั้นลงทำให้ไฟหลังที่ดูลู่ลมเสริมช่วงท้ายให้ดูคล่องแคล่วในแบบรถสปอร์ต 

• กระจกมองข้างที่เหลี่ยมและใหญ่ขึ้น – กระจกมองข้างได้รับการออกแบบให้เหลี่ยมขึ้นและใหญ่ขึ้น ทำให้พื้นที่กระจกเพิ่มขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งช่วยการมองเห็นรอบด้าน

• ปรับตำแหน่งแป้นเหยียบและที่พักเท้าใหม่ – ตำแหน่งของแป้นเหยียบได้ถูกเลื่อนไปทางขวา 15 มิลลิเมตรสำหรับที่พักเท้าใหม่เพื่อความสบายของผู้ขับ

• เบาะนั่งด้านหลังสามารถปรับเอนได้ – เบาะนั่งด้านหลัง ซึ่งมีที่พักแขนและที่วางแก้วอยู่ด้วยสามารถปรับพับได้แบบ 60:40 และปรับเอนได้ (มีเฉพาะในรุ่น SV)  

• ระบบเครื่องเสียงแบบ ADVANCED Audio - ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ติดตั้งระบบเครื่องเสียงที่ปฏิวัติวงการโดยสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เครื่องเสียง อาทิ iPod และเครื่องเล่น MP3 โดยใช้ช่องเชื่อมกับ USB และ AUX บนแผงคอนโซลตรงกลาง (มีเฉพาะในรุ่น V และ SV) 

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มีอะไรน่าประทับใจ

ในภาพรวม ดีไซน์ภายนอกที่ปราดเปรียว ภายในที่กว้างขวาง สมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวลและประหยัดน้ำมันทำให้ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ โดดเด่นในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดซับคอมแพคท์ คุณสมบัติที่น่าประทับใจของฮอนด้า ซิตี้ ใหม่มีดังนี้

• รูปลักษณ์ที่โดดเด่นบนท้องถนน – การออกแบบรูปทรงจากท่ายิงธนู ทำให้ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ โดดเด่นด้วยช่วงหน้า เส้นแนวหลังคา การออกแบบด้านหลังที่ลู่ลม ยกขึ้นและตัวถังที่โค้งมน

• ให้ทัศนวิสัยที่ดีขึ้น – ด้วยการลดมุมที่เป็นจุดบอดบริเวณเสา A และออกแบบเสาเอให้บางลงและเปรียวขึ้น รวมทั้งเอากระจกสามเหลี่ยมข้างด้านหน้าออก ทำให้ผู้ขับขี่ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่มีทัศนวิสัยในการมองรอบรถดีขึ้น พนักพิงศีรษะเบาะหลังได้รับการออกแบบใหม่เพื่อให้มองเห็นทัศนวิสัยด้านหลังได้ดีขึ้น (มีเฉพาะในรุ่น SV) 

• ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดควบคุมด้วยระบบ Grade Logic Control และ Shift Hold System ซึ่งยกระดับความสามารถในการขับเคลื่อน การตอบสนอง และการเร่งความเร็วบนถนนคดเคี้ยวของฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ให้ดีขึ้น

• ระบบควบคุมการเปิด-ปิดลิ้นปีกผีเสื้อแบบอิเล็กทรอนิกส์ Drive-By-Wire - ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตอบสนองฉับไวทำหน้าที่ควบคุมการส่งกำลังและทำให้การเร่งความเร็วเป็นไปอย่างนุ่มนวล

• ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบเกียร์ธรรมดา - ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบใหม่เพิ่มความรู้สึกสนุกในการขับขี่สำหรับผู้ขับฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ (มีเฉพาะในรุ่นSV เท่านั้น) 

• การออกแบบภายในแบบ ‘Cool Lounge’ – ภายในที่กว้างขวาง มาตรวัดที่มีดีไซน์ล้ำหน้า และการใช้โทนสีตัดกันอย่างสบายตาของฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ช่วยให้ทั้งคนขับและผู้โดยสารสัมผัสถึงความกว้างขวาง สะดวกสบาย เมื่ออยู่ภายในรถ

• การขับขี่นุ่มนวล – ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็กเฟอร์สัน สตรัทและระบบกันสะเทือนหลังทอร์ชั่นบีมแบบ H-shape ให้ความรู้สึกมั่นคงและนุ่มนวลในการขับขี่

• ความปลอดภัย – ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยที่สมบูรณ์ อาทิ ถุงลมคู่หน้า ระบบดิสก์เบรก ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และระบบเสริมแรงเบรก (BA) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ (มีเฉพาะในรุ่น V และ SV) 

• ห้องเก็บสัมภาระท้ายกว้างและออกแบบให้ใช้งานสะดวก – ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่มีห้องเก็บสัมภาระท้ายที่กว้างขวางถึง 506 ลิตร ออกแบบเพื่อบรรทุกของใช้ประจำวันได้อย่างสะดวกสบาย ในรุ่น SV สามารถปรับพับเบาะนั่งด้านหลังได้เต็มที่ทำให้สามารถเก็บจักรยานเสือภูเขาได้สองคัน รวมถึงเซิร์ฟบอร์ด หรือสิ่งของที่มีความยาวมากๆ 

รุ่นของรถ

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มีให้เลือกสามรุ่นหลักคือ รุ่น S รุ่น V และรุ่น SV ทุกรุ่นมาพร้อมกับเครื่องยนต์ i-VTEC 16 วาล์ว 1.5 ลิตร 120 แรงม้า สามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ได้ ทุกรุ่นใช้เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด มีเพียงรุ่น S เท่านั้นที่มีทั้งแบบเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ

รุ่นและราคา
เครื่องยนต์ i-VTEC 1.5 ลิตร 120 แรงม้า
• รุ่น S 
- S MT เกียร์ธรรมดา ราคา 524,000 บาท 
- S AT เกียร์อัตโนมัติราคา 564,000 บาท

• รุ่น V 
- V AT (ABS) เกียร์อัตโนมัติ พร้อมระบบเบรก ABS ราคา 619,000 บาท 
- V AT (AS) เกียร์อัตโนมัติ พร้อมระบบเบรก ABS และถุงลมคู่หน้า ราคา 644,000 บาท 

• รุ่น SV 
- AT (AS) เกียร์อัตโนมัติ พร้อมระบบเบรก ABS และถุงลมคู่หน้า ราคา 694,000 บาท

• ฮอนด้า ซิตี้ใหม่มีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 6 สีได้แก่ สีแดงฮาบาเนโร (มุก - ใหม่) สีน้ำเงินดีพ ลาปิซ (เมทัลลิก - ใหม่) สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) สีเทาโพลิช เมทัล (เมทัลลิก) สีทองโบล์ด เบจ (เมทัลลิก) และสีดำคริสตัล (มุก)
• ผู้สนใจสามารถสั่งจองรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ได้ที่ผู้จำหน่ายฮอนด้าทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป และสามารถส่งมอบรถยนต์ได้ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป  

กิจกรรมการตลาด

• ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ จับกลุ่มเป้าหมายผู้ที่ซื้อรถเป็นคันแรกและคันที่สอง เป็นคนที่มีไลฟ์สไตล์ทันสมัยและมองหารถยนต์ที่ให้ความคุ้มค่าและความภาคภูมิใจ

• สื่อหลักๆ ที่ใช้สนับสนุนการเปิดตัวฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ได้แก่ สื่อวิทยุ โทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ และเว็บไซต์

ท่านทราบหรือไม่ว่า

• รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ จำหน่ายไปแล้วกว่า 1 ล้านคันทั่วโลก นับตั้งแต่แนะนำสู่ตลาดในปี พ.ศ. 2539 

• ฮอนด้า ซิตี้ จำหน่ายใน 39 ประเทศทั่วโลกใน 4 ภูมิภาค รวมทั้ง เอเชีย อาฟริกา ตะวันออก-กลาง และยุโรปตะวันออก

• ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ผลิต ฮอนด้า ซิตี้ ในประเทศไทยเพื่อจำหน่ายในประเทศและเพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ในภูมิภาคเอเชีย อาฟริกา ตะวันออกกลาง และยุโรป-ตะวันออก

• รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้คันแรกถูกจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2539 และได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าในฐานะที่เป็นรถยนต์นั่งประเภทซับคอมแพคท์ที่มีคุณลักษณะการใช้งานและความสะดวกสบายแบบรถซีดานขนาดใหญ่ มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่ต่ำ และประหยัดน้ำมัน ฮอนด้า ซิตี้ เป็นรถยนต์ที่มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาต่ำที่สุดในบรรดารถยนต์นั่งที่จำหน่ายในประเทศไทย

10 ก.ย. 2551

PROTON ประกาศศักดา คว้าแชมป์ ASIAN FESTIVAL OF SPEED












PROTON  คว้าแชมป์ประจำปี
ในรายการ AFOS

เสร็จสิ้นกันไปแล้วสำหรับการแข่งขัน AFOS (ASIAN FESTIVAL OF SPEED)สนามสุดท้ายที่ประเทศไทย ณ สนามพีระอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต พัทยา ซึ่งคราวนี้เหมือนสนามอื่นๆ ทาง Proton Axle Racing Team ได้ส่งรถ Proton Neo Racing ลงทำการแข่งขันด้วยเช่นกัน โดยนักแข่งนั้นยังเป็น 2 นักแข่งระดับมือพระกาฬอยู่เหมือนเดิมคือ Syafiq Ali (ไซฟิค อาลี) และ Faidzil Alang (ไฟซิล อาลาง) ซึ่งเป็นผู้คุมบังเหียนเจ้า Proton Neo Racing มาโดยตลอด ซึ่งก่อนการแข่งขัน 2 สนามสุดท้าย คะแนนของทั้งคู่นั้นลุ้นชิงตำแหน่งแชมป์ แบบไล่บี้กันมาติดๆ แถมยังเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีอีกด้วย ใครชนะจะได้ตำแหน่งแชมป์ประจำปีไปครอง ซึ่งคราวนี้กลับมาปะทะกับนักแข่งของประเทศไทยมากมายเช่นเคย 

 Syafiq Ali (ไซฟิค อาลี) และ Faidzil Alang (ไฟซิล อาลาง) 2 นักแข่งจากมาเลเซียพกพาความแรงมาพร้อมๆ กับรถ Proton Neo คู่ใจ ซึ่งแต่ละสนามที่ผ่านมา ทั้งคู่ทำผลงานดีมาโดยตลอด จึงเป็นที่จับตามองของนักแข่งระดับหัวๆ ในบ้านเราเช่นกัน โดยผลการ Qualify ในวันเสาร์ที่ 6 กันยายน 2551 Faidzil Alang (ไฟซิล อาลาง) ใช้รถ Proton Neo Racing หมายเลข 12 อยู่ในตำแหน่งกริดสตาร์ทที่ 3 ส่วน Syafiq Ali (ไซฟิค อาลี) ใช้รถ Proton Neo Racing หมายเลข 11 อยู่ในกริดสตาร์ทที่ 4 ซึ่งคู่แข่งทั้งสนามล้วนแล้วแต่เป็นนักแข่งไทยที่ใช้รถ TOYOTA VIOS ทั้งสิ้น รวม 11 คัน 
 เมื่อถึงเวลาลงแข่งขันจริงในรุ่น ATCS 1500 MAX รถ Proton Neo Racing ของ Proton Axle Racing Team ทั้ง 2 คัน พร้อมเต็มที่ ขับเคลื่อนออกจากปากทางพิทเพื่อลงไปเตรียมตัว และวอร์มหน้ายาง อุณหภูมิองศาของความมันส์นั้นร้อนแรงตามอากาศที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ เพราะในอีกไม่กี่อึดใจศึกความมันส์ในรุ่นนี้ก็จะอุบัติขึ้น หลังจากเช็คความพร้อมของรถแต่ละคันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะปล่อยรถให้วิ่งออกไปฟรีรัน 1 รอบแล้วกลับมาที่จุดสตาร์ท รถทุกคันที่เข้าแข่งขันวิ่งออกไปเพื่อทำการฟรีรันและวอร์มเปิดหน้ายางจนร้อนได้ที่แล้ว กลับมาที่จุดสตาร์ทเช่นเดิมเพื่อรอสัญญาณไฟ เมื่อสัญญาณไฟดับลงรถทุกคันต่างกดคันเร่งมิดเกจ์ เสียงท่อที่ดังสนั่นลั่นสนามพีระฯ เซอร์กิต สร้างความระทึกให้ผู้ชมรอบสนามได้ไม่น้อย อุณหภูมิความมันส์ได้ระเบิดขึ้นแล้ว รถทุกคันขับออกซ้ายออกขวาเพื่อที่จะหาช่อง ทำให้ตัวเองไปอยู่ข้างหน้าให้เร็วที่สุด ทันใดนั้นเองเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นรถของ Faidzil Alang (ไฟซิล อาลาง) หมายเลข 12 เกิดอุบัติเหตุทำให้ไม่สามารถแข่งขันต่อไปได้ กรรมการสั่งตีธงแดง รถทุกคันหยุดวิ่ง นายสนามวิ่งเข้าไปดูนักแข่งที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่ง Faidzil Alang (ไฟซิล อาลาง) ออกมาจากรถได้อย่างปลอดภัยเรียกได้ว่าสมรรถนะและระบบความปลอดภัยของรถ Proton แข็งแรงจริงๆ อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้ต้องหยุดการแข่งขันไปพักใหญ่ พอเคลียร์สนามเรียบร้อย รถทุกคันก็พร้อมกลับมามันส์กันต่อ เริ่มการวอร์มยางอีก 1 รอบ จากนั้นก็เริ่มแข่งขันอีกครั้ง รถทุกคันเหยียบคันเร่งกันจนจมไมล์ พุ่งทะยานไปข้างหน้าเพื่อชิงการเข้าโค้งแรก โดยรถที่เข้าสู่โค้งแรกได้ก่อนเป็นรถของ Syafiq Ali (ไซฟิค อาลี) หมายเลข 11 ตามมาด้วยรถ Toyota Vios หมายเลข 3 ของ ตรัยธนิษฐ์ ฉิมตะวัน และ หทัย ไชยวัณณ์ หมายเลข 2 ตามลำดับ ในจังหวะโค้ง U-Turn Proton Neo Racing เบอร์ 11 

โดย Syafiq Ali (ไซฟิค อาลี) โดนสะกิดเล็กน้อยเสียไลน์ออกไปเล็กน้อย ทำให้ ตรัยธนิษฐ์ ที่จ้องรอจังหวะอยู่แซงหน้าขึ้นมาเป็นที่ 1 ส่วน Syafiq Ali (ไซฟิค อาลี) ตกไปอยู่ในอันดับที่ 2 ตามด้วย หทัย ไชยวัณณ์ หมายเลข 2 และ สุทธิลักษณ์ บุญเจริญ หมายเลข 78 การแข่งขันผ่านไปประมาณ 10 รอบ Syafiq Ali (ไซฟิค อาลี) ออกอาการให้แฟนๆ ชาวไทยหวาดเสียวกันเล็กน้อยก่อนที่จะเข้าโค้ง S1 และ S2 ได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งทาง Syafiq Ali (ไซฟิค อาลี) กับเจ้า Proton Neo Racing หมายเลข 11 ยังครองตำแหน่งที่ 2 ได้อย่างเหนียวแน่นและตามมาติดๆด้วย Toyota Vios เบอร์ 78 โดย สุทธิลักษณ์ บุญเจริญ ทำให้ Syafiq Ali (ไซฟิค อาลี) ประมาทไม่ได้เช่นกัน ด้วยฝีมือการขับของ Syafiq Ali (ไซฟิค อาลี) และสมรรถนะรถที่ดีเยี่ยมของรถยนต์ Proton สามารถขับเคี่ยวและฝ่าฟันนักแข่งของประเทศไทยและแข่งขันจนครบ 20 รอบ พร้อมทั้งคว้าตำแหน่งที่ 2 ไปครองได้ ส่วนตำแหน่งที่ 1 ตกเป็นของ ตรัยธนิษฐ์ ฉิมตะวัน หมายเลข 3 และที่ 3 เป็นของ สุทธิลักษณ์ บุญเจริญ หมายเลข 78 
ถึงแม้ Syafiq Ali (ไซฟิค อาลี) กับ Proton Neo Racing หมายเลข 11 จะคว้าตำแหน่งที่ 2 ในสนามนี้ แต่ผลคะแนนรวมของรายการ AFOS ก็ยังทำให้แฟนๆ ได้ชื่นใจ ด้วยการคว้าแชมป์ประจำปีไปครอง ในรุ่น ATCS 1500 MAX ด้วยคะแนนรวม 119 คะแนน ส่วนตำแหน่งที่ 2 ประจำปีนี้ ตกเป็นของ Faidzil Alang (ไฟซิล อาลาง) ด้วยคะแนนรวม 115 คะแนน ซึ่งผลการแข่งขัน AFOS ประจำปีนี้ ทำให้ Mr. Alex Yoong ( อเล็กซ์ ยุง) ผู้จัดการทีม Proton Axle Racing ถึงกับยิ้มแก้มปริ เพราะคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ ถือได้ว่าสมรรถนะของรถยนต์ Proton Neo นั้น แรง แข็งแกร่ง ทนทาน ทั้งในและนอกสนามจริงๆ ส่วนแฟนๆ ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่ตามเชียร์ทีม Proton Axle Racing มาโดยตลอดคงดีใจกันถ้วนหน้ากับความสำเร็จครั้งนี้

จีเอ็ม ผนึกกำลังบีโอไอ


จีเอ็ม ผนึกกำลังบีโอไอ

ร่วมปูทางผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย

เพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิตสู่ระดับโลก

ระยอง – เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย ขานรับนโยบายของหน่วย พัฒนาการเชื่อมโยงอุตสาหกรรม หรือ บิลด์ (BUILD) ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดโอกาสให้ผู้ผลิต และ ผู้ขายชิ้นส่วนเข้าชมศูนย์การผลิตรถยนต์ระดับมาตรฐานโลกของ จีเอ็ม ประเทศไทย ที่จังหวัดระยอง ตามโครงการผู้ซื้อพบผู้ขาย (VMC – Vendors Meet Customers Program) ที่มุ่งกระตุ้นให้มีการผลิต และใช้ชิ้นส่วนภายใน ประเทศมากขึ้น พร้อมเชื่อมโยงอุตสาหกรรมระหว่างผู้ผลิตและผู้ซื้อชิ้นส่วนโดยตรง 


การเข้าเยี่ยมชมศูนย์การผลิตรถยนต์ จีเอ็ม ของกลุ่มผู้ผลิตและผู้ขายชิ้นส่วนจำนวนกว่า 80 องค์กรในครั้งนี้ เกิดขึ้น ภายใต้ความร่วมมือระหว่างหน่วยบิลด์ของบีโอไอ และจีเอ็ม ประเทศไทย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตได้ชมภาพรวม ของขั้นตอนการประกอบรถยนต์ภายใต้แบรนด์เชฟโรเลต และแบรนด์อื่นๆ สำหรับการส่งออก สู่ตลาดโลก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตในการยกระดับเพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิตชิ้นส่วนและการจัดการสู่มาตรฐาน ระดับโลก อันจะนำไปสู่การผลิตและใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ จีเอ็ม ยังขานรับนโยบายของบีโอไอด้านการเชื่อมโยงอุตสาหกรรม ระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ ด้วยการเปิดโอกาสให้คณะผู้ขายและผู้ผลิตชิ้นส่วนได้รับทราบนโยบายการจัดซื้อของทางบริษัท อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถเห็นโอกาสที่จะ ผลิตชิ้นส่วนได้ตรงกับความต้องการและได้มาตรฐาน ที่เข้มงวดของผู้ซื้อรายใหญ่ อย่างจีเอ็มได้อย่างแท้จริง
 
ทั้งนี้ ศูนย์การผลิตรถยนต์ระดับมาตรฐานโลกของเจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม อีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง ดำเนินการผลิตและประกอบรถยนต์ภายใต้แบรนด์ต่างๆ อันหลากหลายของจีเอ็ม ด้วยมาตรฐานการผลิตของจีเอ็มทั่วโลก (GM’s Global Manufacturing System: GMS) ซึ่งให้ความสำคัญกับ สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และการควบคุม ตรวจสอบคุณภาพสินค้า  

 
จากภาพ: 
สิศิรักษ์ บุษยรัตน์ ที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน นำคณะผู้แทน จากหน่วยพัฒนาการ เชื่อมโยงอุตสาหกรรม หรือ บิลด์ (BUILD) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) พร้อมด้วยกลุ่มผู้ขาย และผลิตชิ้นส่วนไทยจำนวนกว่า 80 คน เข้าเยี่ยมชมขั้นตอนการผลิต และประกอบ รถยนต์ภายใต้แบรนด์เชฟโรเลต และแบรนด์ต่างๆ ของ จีเอ็ม ที่ศูนย์การผลิตรถยนต์ เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย จังหวัดระยอง เพื่อนำไปเป็นข้อมูลเพื่อพัฒนาศักยภาพ และขีดความสามารถ ด้านการผลิตชิ้นส่วนสู่มาตรฐานระดับโลกภายใต้โครงการผู้ซื้อพบผู้ขายที่บีโอไอร่วมมือกับ จีเอ็ม ประเทศไทย เพื่อกระตุ้นการลงทุนผลิตและใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเชื่อมโยงอุตสาหกรรม จากผู้ผลิตชิ้นส่วนสู่ผู้ประกอบการรายใหญ่อีกด้วย

จีเอ็ม ผนึกกำลังบีโอไอ ร่วมปูทางผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย
เพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิตสู่ระดับโลก

ระยอง – เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย ขานรับนโยบายของหน่วย พัฒนาการเชื่อมโยงอุตสาหกรรม หรือ บิลด์ (BUILD) ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดโอกาสให้ผู้ผลิต และ ผู้ขายชิ้นส่วนเข้าชมศูนย์การผลิตรถยนต์ระดับมาตรฐานโลกของ จีเอ็ม ประเทศไทย ที่จังหวัดระยอง ตามโครงการผู้ซื้อพบผู้ขาย (VMC – Vendors Meet Customers Program) ที่มุ่งกระตุ้นให้มีการผลิต และใช้ชิ้นส่วนภายใน ประเทศมากขึ้น พร้อมเชื่อมโยงอุตสาหกรรมระหว่างผู้ผลิตและผู้ซื้อชิ้นส่วนโดยตรง 

การเข้าเยี่ยมชมศูนย์การผลิตรถยนต์ จีเอ็ม ของกลุ่มผู้ผลิตและผู้ขายชิ้นส่วนจำนวนกว่า 80 องค์กรในครั้งนี้ เกิดขึ้น ภายใต้ความร่วมมือระหว่างหน่วยบิลด์ของบีโอไอ และจีเอ็ม ประเทศไทย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตได้ชมภาพรวม ของขั้นตอนการประกอบรถยนต์ภายใต้แบรนด์เชฟโรเลต และแบรนด์อื่นๆ สำหรับการส่งออก สู่ตลาดโลก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตในการยกระดับเพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิตชิ้นส่วนและการจัดการสู่มาตรฐาน ระดับโลก อันจะนำไปสู่การผลิตและใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ จีเอ็ม ยังขานรับนโยบายของบีโอไอด้านการเชื่อมโยงอุตสาหกรรม ระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ ด้วยการเปิดโอกาสให้คณะผู้ขายและผู้ผลิตชิ้นส่วนได้รับทราบนโยบายการจัดซื้อของทางบริษัท อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถเห็นโอกาสที่จะ ผลิตชิ้นส่วนได้ตรงกับความต้องการและได้มาตรฐาน ที่เข้มงวดของผู้ซื้อรายใหญ่ อย่างจีเอ็มได้อย่างแท้จริง
 
ทั้งนี้ ศูนย์การผลิตรถยนต์ระดับมาตรฐานโลกของเจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม อีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง ดำเนินการผลิตและประกอบรถยนต์ภายใต้แบรนด์ต่างๆ อันหลากหลายของจีเอ็ม ด้วยมาตรฐานการผลิตของจีเอ็มทั่วโลก (GM’s Global Manufacturing System: GMS) ซึ่งให้ความสำคัญกับ สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และการควบคุม ตรวจสอบคุณภาพสินค้า  

 
จากภาพ: 
สิศิรักษ์ บุษยรัตน์ ที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน นำคณะผู้แทน จากหน่วยพัฒนาการ เชื่อมโยงอุตสาหกรรม หรือ บิลด์ (BUILD) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) พร้อมด้วยกลุ่มผู้ขาย และผลิตชิ้นส่วนไทยจำนวนกว่า 80 คน เข้าเยี่ยมชมขั้นตอนการผลิต และประกอบ รถยนต์ภายใต้แบรนด์เชฟโรเลต และแบรนด์ต่างๆ ของ จีเอ็ม ที่ศูนย์การผลิตรถยนต์ เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย จังหวัดระยอง เพื่อนำไปเป็นข้อมูลเพื่อพัฒนาศักยภาพ และขีดความสามารถ ด้านการผลิตชิ้นส่วนสู่มาตรฐานระดับโลกภายใต้โครงการผู้ซื้อพบผู้ขายที่บีโอไอร่วมมือกับ จีเอ็ม ประเทศไทย เพื่อกระตุ้นการลงทุนผลิตและใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเชื่อมโยงอุตสาหกรรม จากผู้ผลิตชิ้นส่วนสู่ผู้ประกอบการรายใหญ่อีกด้วย

HONDA CITY ใหม่








HONDA CITY เจเนอเรชั่นที่ 3 

วันนี้ (10 ก.ย. 51) ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เปิดตัว "ซิตี้" โฉมใหม่ ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย ซึ่งนับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 ของรถยนต์ซับคอมแพคท์ โดยได้รับการออกแบบใหม่หมดหัวจรดท้าย ด้วยรูปโฉมที่ปราดเปรียวสะดุดตา ภายในกว้างขวาง แรงขึ้นด้วยเครื่องยนต์ i-VTEC 120 แรงม้า รองรับ E20ราคาเริ่มต้น 5.24 แสนบาท- 6.94 แสนบาท แพงขึ้นกว่ารุ่นเดิมประมาณ 4-5 หมื่นบาท

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ดีไซน์เฉียบคมและมีชีวิตชีวา ด้านท้ายออกแบบให้สั้นลงทำให้ไฟหลังดูลู่ลมและคล่องแคล่วในแบบรถสปอร์ต กระจกมองข้างได้รับการออกแบบให้เหลี่ยมและกว้างกว่าเดิม ทำให้พื้นที่กระจกเพิ่มขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ ช่วยการมองเห็นรอบด้าน
   
มิติตัวถังขยายใหญ่ขึ้น มีความยาว 4,395 มิลลิเมตร (ยาวกว่ารุ่นเดิม 5 มิลลิเมตร) กว้าง 1,695 มิลลิเมตร (กว้างกว่า 5 มิลลิเมตร) สูง 1,470 มิลลิเมตร (เตี้ยลงรุ่นเดิม 15 มิลลิเมตร) และขยายฐานล้อกว้างขึ้น 100 มิลลิเมตร พร้อมวางตำแหน่งที่นั่งผู้ขับให้เหมาะสมและขยับแป้นเหยียบเลื่อนไปทางขวา 15 มิลลิเมตรสำหรับที่พักเท้าใหม่เพื่อความสบายของผู้ขับ

เครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ ให้กำลัง 120 แรงม้า เพิ่มจากซิตี้รุ่นเดิม 10 แรงม้า สามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E-20 และผ่านมาตรฐานไอเสียระดับยูโร 4 อีกด้วย

ส่วนระบบส่งกำลังเปลี่ยนมาเป็นแบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดควบคุมด้วยระบบ Grade Logic Control และ Shift Hold System ระบบควบคุมการเปิด-ปิดลิ้นปีกผีเสื้อแบบอิเล็กทรอนิกส์ Drive-By-Wire ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็กเฟอร์สัน สตรัทและระบบกันสะเทือนหลังทอร์ชั่นบีมแบบ H-shape

ภายในได้รับการดีไซน์ใหม่หมด จากฐานล้อที่กว้างขึ้นยังทำให้พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างกว่าเดิม เพิ่มระยะห่างระหว่างผู้โดยสารที่นั่งด้านหน้าและด้านหลังขึ้นอีก 25 มิลลิเมตร

   
เพิ่มฟังก์ชั่นใหม่เช่น ที่เก็บสัมภาระอเนกประสงค์ ถาดเก็บของใต้เบาะหลัง เบาะนั่งด้านหลัง ซึ่งมีที่พักแขนและที่วางแก้วอยู่ด้วยสามารถปรับพับได้แบบ 60:40 และปรับเอนได้, ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบเกียร์ธรรมดา(มีเฉพาะในรุ่น SV), ระบบเครื่องเสียงสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ iPod และเครื่องเล่น MP3 โดยใช้ช่องเชื่อมกับ USB และ AUX บนแผงคอนโซลตรงกลาง (มีเฉพาะในรุ่น V และ SV)

ระบบความปลอดภัยครบถ้วนสมบูรณ์ทั้ง ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบดิสก์เบรก ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และระบบเสริมแรงเบรก (BA) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ (มีเฉพาะในรุ่น V และ SV) และกุญแจนิรภัย Immobilizer พร้อมระบบสัญญาณกันขโมย
   
ลูกค้า และผู้สนใจในประเทศไทย ถือเป็นตลาดสำคัญของฮอนด้าในภูมิภาคนี้ โดยได้รับเลือกให้เป็นผู้นำการผลิตและประกอบ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ก่อนใครในโลก ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันคุณภาพของการผลิตและเทคโนโลยีล้ำหน้าของโรงงานของฮอนด้าที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เป็นอย่างดี

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มีให้เลือกสามรุ่นหลักคือ รุ่น S รุ่น V และรุ่น SV

S   MT  เกียร์ธรรมดา  524,000 บาท
S   AT  เกียร์อัตโนมัติ  564,000 บาท
V   AT (ABS) เกียร์อัตโนมัติ ABS  619,000 บาท 
V   AT (AS) เกียร์อัตโนมัติ ABS และถุงลมคู่หน้า 644,000 บาท

SV AT (AS) เกียร์อัตโนมัติ ABS และถุงลมคู่หน้า 694,000 บาท

.............................

คุณสมบัติฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ 

ตัวถัง
• ดีไซน์โดดเด่น – ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ได้รับการออกแบบใหม่หมด ด้วยรูปทรงท่าการยิงธนู ซึ่งทำให้รถยนต์นั่งขนาดซับคอมแพคท์แบบสี่ประตูรุ่นนี้มีเสน่ห์โฉบเฉี่ยว ในขณะที่คงรูปลักษณ์ที่ปราดเปรียวไว้ เมื่อมองจากด้านหน้า จะเห็นกระจังหน้าและไฟหน้าที่คมชัดสะกดทุกสายตาบนท้องถนน ตัวถังด้านหน้าทรงพลัง โดดเด่น ในขณะที่ส่วนหลังออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ในแบบรถสปอร์ต ทำให้ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ดึงดูดสายตาและให้ความภาคภูมิใจแก่ ผู้เป็นเจ้าของ

• ยาวขึ้น กว้างขึ้นและปราดเปรียวขึ้น – เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่จะมีตัวถังยาวกว่า คือ 4,395 มิลลิเมตร (ยาวกว่า 5 มิลลิเมตร) และกว้างกว่าที่ 1,695 มิลลิเมตร (กว้างกว่า 5 มิลลิเมตร) ฐานล้อ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รถยนต์มีสไตล์มากขึ้น ถูกขยายออกไป 100 มิลลิเมตรเพื่อให้เกิดสมดุลย์ด้านดีไซน์สูงสุด นอกจากนี้ ฐานล้อที่กว้างขึ้นยังทำให้พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขึ้น เพิ่มระยะห่างระหว่างผู้โดยสารที่นั่งด้านหน้าและด้านหลังขึ้นอีก 25 มิลลิเมตร ความสูงของรถอยู่ที่ 1,470 มิลลิเมตร (น้อยกว่ารุ่นเดิม 15 มิลลิเมตร) แต่จากการปรับแต่งดีไซน์ของรางเบาะและความหนาของเบาะใหม่ ทำให้รูปทรงตัวถังหนักแน่นและ ปราดเปรียวขึ้น ให้ที่นั่งคนขับอยู่ในจุดที่เหมาะสม ในขณะที่ยังคงรักษาพื้นที่ว่างที่จำเป็นเหนือศีรษะเอาไว้  

เครื่องยนต์
• เครื่องยนต์สมรรถนะสูงขึ้น – ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร ซึ่งได้รับการยอมรับว่าให้กำลังสูง ประหยัดน้ำมันและมีสมรรถนะเป็นเลิศด้วยกำลัง 120 แรงม้า (110 แรงม้าในรุ่นเดิม) ถือว่าเป็นรถที่ให้พลังขับเคลื่อนดีที่สุดในรุ่นเดียวกันในปัจจุบัน เมื่อขับด้วยความเร็วคงที่หรือขณะเร่งแซง สามารถตอบสนองได้อย่างทันใจ

• ประหยัดน้ำมัน – เครื่องยนต์ i-VTEC ของฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ได้รับการพัฒนาเพื่อให้มีสมรรถนะรอบด้าน ให้พลังสูงสุด แต่ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


• รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ได้ - เครื่องยนต์ของฮอนด้า ซิตี้ ใหม่รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ให้การประหยัดเชื้อเพลิงที่เหนือกว่า พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่คล่องแคล่วและผ่านมาตรฐานไอเสียระดับยูโร 4  

ภายในห้องโดยสารและอุปกรณ์ต่างๆ

• ภายในกว้างขวาง สะดวกสบาย - ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ให้ความรู้สึกกว้างขวางและสะดวกสบาย ด้วยแนวคิดการออกแบบ “Cool Lounge” โดยใช้สีโทนเย็นที่ตัดกันและวัสดุทำเบาะนั่งที่เลือกสรรอย่างดี ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกถึงห้องโดยสารที่กว้างขวางและนั่งสบาย

• ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบเกียร์ธรรมดาใหม่ - ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยซึ่งสามารถเลือกการทำงานได้ 2 โหมด ใช้งานสะดวก สามารถเลือกได้ระหว่างการขับขี่แบบง่าย (ผสานสมรรถนะเข้ากับการประหยัดน้ำมัน) หรือแบบสปอร์ต (การขับโดยใช้เกียร์ธรรมดา) ซึ่งไม่ว่าจะเลือกแบบไหนก็ง่ายและให้ประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกไม่ต่างกัน

• มาตรวัดดีไซน์ล้ำสมัย - แผงมาตรวัดเมทัลลิกที่มีดีไซน์ทันสมัย และมาตรความเร็วแบบสามมิติเรืองแสง

• ทัศนวิสัยดีขึ้น - การเอากระจกสามเหลี่ยมด้านข้างออกและออกแบบเสา A ให้มีขนาดเล็กลงช่วยเพิ่มทัศนวิสัยให้แก่ผู้ขับ กระจกมองข้างที่เหลี่ยมและใหญ่ขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ให้การมองเห็นรอบด้านที่ดีขึ้น

• เบาะที่นั่งคนขับที่สบายขึ้น - พวงมาลัยที่ปรับระดับสูงต่ำได้ 4 ทิศทางและที่นั่งคนขับที่ปรับระดับได้ ทำให้คนขับสามารถปรับนั่งได้ตามต้องการเพื่อความสบายสูงสุด

• เบาะนั่งด้านหลังปรับเอนได้ - เบาะนั่งด้านหลังปรับพับ 60:40 และปรับเอนได้ พร้อมพนัก-เท้าแขนและที่วางแก้วน้ำ ช่วยเพิ่มความสบายให้ผู้โดยสารอีกระดับหนึ่ง พนักพิงศีรษะด้านหลังสามารถปรับสูงต่ำได้เพื่อทัศนวิสัยด้านหลังที่ดีขึ้น (มีเฉพาะรุ่น SV) 

• ระบบปรับอากาศทรงประสิทธิภาพ - ระบบปรับอากาศที่ปรับปรุงใหม่ พัดลมทำงานเงียบขึ้น พร้อมติดตั้งช่องแอร์ใต้ที่นั่งด้านหลัง และเครื่องกรองอากาศแบบใหม่

• ระบบเครื่องเสียงแบบ ADVANCED Audio - ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ติดตั้งระบบเครื่องเสียงที่สามารถใช้ได้กับ iPod เครื่องเล่น MP3 มีแผงหน้าปัดเครื่องเสียงซึ่งเพียบพร้อมด้วยจอแอลซีดีขนาดใหญ่ แอมพลิไฟเออร์ประสิทธิภาพสูง จูนเนอร์วิทยุและอิควอไลเซอร์สามารถปรับแต่งเสียงได้ตามต้องการ รับประกันได้ว่าผู้ที่ชื่นชอบเสียงดนตรีจะพึงพอใจกับอิสระในการใช้งานได้ง่าย และคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม

• ห้องเก็บสัมภาระหลังออกแบบเพื่อใช้งานสะดวกสบาย - ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่มีห้องเก็บสัมภาระหลังที่กว้างจุได้ 506 ลิตร ให้ความสะดวกในการขนถ่ายสัมภาระเข้า-ออก ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าเดินทาง ถุงกอล์ฟ รถเข็นเด็ก กล่องเก็บอาหาร หรือกระเป๋าช้อปปิ้ง สำหรับรุ่น SV เบาะนั่งสามารถพับได้ 60:40 ทำให้สามารถเก็บจักรยานเสือภูเขาสองคัน เซิร์ฟบอร์ด หรือ สิ่งที่มีลักษณะยาวได้อย่างสบาย 

• ที่เก็บสัมภาระอเนกประสงค์ - ด้วยความเข้าใจความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในปัจจุบันอย่างถ่องแท้ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่จึงมาพร้อมกับที่เก็บสัมภาระอเนกประสงค์ที่หลากหลายสะดวกสบาย ใช้เก็บของใช้ประจำวันได้สารพัดชนิด อาทิ ตั๋ว เศษสตางค์ เครื่องดื่ม อุปกรณ์เสริม รองเท้าสำรองและร่ม เป็นต้น นอกจากนี้ รุ่น SV ยังมีช่องเก็บของที่คอนโซลหน้า ถาดเก็บของใต้เบาะหลัง พนักเท้าแขนมีที่วางแก้ว ในขณะที่ด้านหลังพนักพิงก็มีช่องเก็บของและที่วางแก้วเช่นเดียวกัน  

ความปลอดภัย
• เทคโนโลยีโครงสร้างตัวถังแบบ G-CON  
• ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และระบบเสริมแรง-เบรก (BA) 
• ถุงลมคู่หน้าด้านที่นั่งคนขับและผู้โดยสาร
• การออกแบบภายในที่ช่วยลดการบาดเจ็บที่ศีรษะ
• พนักพิงศีรษะเบาะหน้าป้องกันการบาดเจ็บที่คอ
• ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer พร้อมระบบสัญญาณกันขโมย
สี
• เพื่อตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่มีให้เลือก 6 สี ได้แก่ สีแดงฮาบาเนโร (มุก - ใหม่) สีน้ำเงินดีพ ลาปิซ (เมทัลลิก - ใหม่) สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) สีเทาโพลิช เมทัล (เมทัลลิก) สีทองโบลด์ เบจ (เมทัลลิก) และสีดำคริสตัล (มุก)

จุดนัดหมาย Bangkok Carfreeday 2008







Bangkok Carfreeday 2008
อาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2551

ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร

สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น(ดินแดง)

07.00 น. - พบกัน 6 จุดนัดหมาย

08.00 น. - เคารพงธงชาติ
- ล้อหมุนมุ่งหน้าศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร
09.00 น. - อาหารเช้า ที่สนามไทย-ญี่ปุ่น
10.00 น. - ผู้ประสงค์เข้าจัดรูปแผนที่ 1251 คัน ทะยอยเข้าสนามพร้อมจักรยาน 
- รับของที่ระลึก และลงทะเบียนในสนาม