23 มิ.ย. 2550

เชอรี่ ในงาน เซียงไฮ้มอเตอร์โชว์ 2007






เชอรี่ รสเข้มข้นจากจีน ในงาน เซียงไฮ้มอเตอร์โชว์ 2007

คอนเซพท์คาร์ จากเชอรี่ คันนี้โครงสร้างพื้นฐานมาจากรถโปรดักชั่น ตะกูล C ออกแบบให้กลายเป็นShooting Sport 3 ประตูแอทแบ็ก โดยTorino Design เป้าหมายเพื่อส่งออกยุโรป และอเมริกาด้วย ผู้ผลิตคุยว่ารูปร่างหน้าตารถปัจจุบันมันเป็นเรื่องสากลไปแล้ว เป็น global ไม่ว่าจะผลิตจากที่ไหนในโลกรูปร่างรถยนตจ์ก็จะคล้าย ๆ กัน ด้วยจากอิทธิพล หรือผลของการใช้หลักแอโร่ไดนามิก และการออกแบบโดยใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีเงื่อนไขเดียวกัน

เมื่อ มร.วิลเลี่ยม บอทวิค ต้องอำลา






ระหว่างเวลาพักรับประทานมื้อเที่ยง ที่ศูนย์การผลิตรถยนต์ เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย จังหวัดระยอง จู่ ๆ มร.วิลเลี่ยม บอทวิค ก็ขึ้นไปบนเวที พร้อมกับคุณชาติชาย สุวรรณเสวก(ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์) เพื่อประกาศอำลาจากจีเอ็มประเทศไทย เพื่อไปรับตำแหน่งใหม่ที่เซียงไฮ้ ด้วยความผูกพันกับสื่อมวลชนสายรถยนต์มานาน ตั้งแต่โรงงานเพิ่งเริ่มสร้าง จนเชพโรเลท เป็นที่รู้จักสำหรับผู้ใช้รถยนต์เมืองไทย มีส่วนแบ่งการตลาดที่น่าพอใจ คุณวิลเลี่ยม บอทวิค จึงพูดด้วยสุ้มเสียงเศร้านิด ๆ แล้วก็โบกมืออำลา

สื่อทั้งหลายได้ขอถ่ายภาพกับรถแคปติวาไว้เป็นประวัติศาสตร์ เพราะวันเดียวกันบุรุษร่างเล็กคนนี้เป็นผู้ประกาศก้องปล่อยรถ แคปติวา คันแรกจากสายพานการผลิต และในวันเดียวกันหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงเขาก็ได้ประกาศอำลา

ผู้สื่อข่าวทุกคนคงคิดถึงตำนานอีกหน้าหนึ่งของบุรุษเครางามคนนี้กับเชพวี่ในเมืองไทยไปอีกนาน

*****************************************************


คำกล่าว
มร.วิลเลี่ยม บอทวิค
ประธานกรรมการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย
งานฉลองการเคลื่อนรถยนต์
เชฟโรเลต แคปติวา “คันแรก” ออกจากสายการผลิต
ณ ศูนย์การผลิตรถยนต์
เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย จังหวัดระยอง
21 มิถุนายน 2550


สวัสดีครับ เพื่อนสื่อมวลชนทุกท่าน คุณอโณทัย นายกสมาคมผู้สื่อข่าวยานยนต์และจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย และคุณธงชัย กรรมการผู้จัดการ เชฟโรเลต วิริยะกรุ๊ป ในฐานะตัวแทนจากผู้จำหน่ายเชฟโรเลตทั่วประเทศ และหนึ่งในครอบครัวเชฟโรเลตของเรา และพนักงานจีเอ็มทุกคน ผมขอต้อนรับทุกท่าน และดีใจที่ได้พบทุก ๆ ท่านในวันนี้ครับ!

ในวันนี้ เรามาร่วมฉลองรถเชฟโรเลตแคปติวา “คันแรก” ที่เคลื่อนออกจากสายการผลิต พร้อมส่งถึงมือลูกค้าเชฟโรเลตทั่วประเทศ พนักงานจีเอ็มทุกคนภูมิใจในผลงานชั้นเลิศชิ้นนี้ รถยนต์อเนกประสงค์ที่เหนือชั้นคันนี้ ที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของจีเอ็มทั่วโลก ทุกท่านก็ได้เห็นเมื่อสักครู่นี้แล้วว่า แคปติวา คันแรกที่ผมขับนั้นผลิตในประเทศไทย โดยพนักงานคนไทย ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ในการประกอบรถทุกคันให้มีคุณภาพสูงตามมาตรฐานศูนย์การผลิตรถยนต์ของจีเอ็มทุกแห่งทั่วโลก

วิศวกรจีเอ็มทั่วโลกได้สร้างรถต้นแบบมากกว่า 450 คัน ซึ่งผ่านการทดลองขับมากว่า 5 ล้านกิโลเมตรรอบโลก ในช่วงการพัฒนารถ แคปติวา รถทดสอบเหล่านี้ผ่านการทดสอบการใช้งานในทุกภูมิอากาศ ทุกสภาพถนนและความเร็ว ดังนั้น คุณเชื่อมั่นในสมรรถนะที่สมบูรณ์แบบของ แคปติวา ได้ทั้งในอากาศหนาวเย็นของสแกนดิเนเวีย และในอากาศร้อนระอุอย่างประเทศไทย

แคปติวา ได้รับการพัฒนาเพื่อเป็นยนตรกรรมของโลก โดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าในเอเชีย อเมริกาเหนือ และยุโรป เป็นหลัก จีเอ็มต้องการผลิตรถที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างลงตัว มิใช่ผลิตในสิ่งที่เราคิดนึกเอาเองว่าลูกค้าสมควรจะได้รับ รถเอสยูวีที่รุดหน้าคันนี้ เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อเสริมสมรรถนะการขับขี่และความปลอดภัยเหนือระดับ ซึ่งทุกท่านจะได้ทดลองขับในบ่ายนี้
เชฟโรเลต แคปติวา คือ “เอสยูวีที่ล้ำหน้า” The Progressive SUV เพราะ แคปติวา พร้อมจะปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการที่ผันไปตามรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป หรือ “ก้าวไปข้างหน้า” พร้อมกับลูกค้า เพราะทุกวันนี้ ลูกค้าต่างคาดหวังหลายสิ่งหลายอย่างจากรถมากขึ้นกว่าเมื่อสิบปีก่อน ทุกคนต้องการห้องโดยสารที่กว้างขึ้นเพื่อรองรับครอบครัวที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งรถ MPV ไม่อาจตอบสนองการใช้ชีวิตที่แอคทีฟของเขาได้ ส่วนรถเอสยูวีใหญ่ ๆ บางรุ่นก็ใหญ่เกินไปและกินน้ำมันมาก เหนืออื่นใดสิ่งที่ลูกค้ามองหามากที่สุด ก็คือ ความคุ้มค่า

The Progressive Captiva ผสานเทคโนโลยีของรถให้สมดุลกับความต้องการของผู้ขับขี่ ทุกไลฟ์สไตล์ ทุกการเดินทาง และทุกจุดหมายปลายทาง ด้วยเทคโนโลยีปรับสมดุลอัตโนมัติ เสริมสมรรถนะการควบคุมรถและความปลอดภัยที่เป็นเยี่ยม ด้วย
- ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ On-Demand (On-Demand Four-Wheel-Drive)
- ระบบเสริมแรงบิดอัจฉริยะ (On-Demand Active Torque)
- ระบบปรับระดับของช่วงล่างอัตโนมัติ (Self-Levelizer Suspension)
- ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ (Active Rollover Protection)
- ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electronic Stability Program)
- ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control System)
และ ระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด (TIPTRONIC Automatic Transmission)

ในวันนี้ แคปติวา คันแรก เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2400 ซีซี พร้อมแล้วที่จะมอบเทคโนโลยีชั้นสูงสู่ลูกค้าชาวไทย และในปลายเดือนกรกฎาคมนี้ เชฟโรเลต แคปติวา เครื่องยนต์ดีเซลขนาด สองพันซีซี ก็จะพร้อมสำหรับตลาดเมืองไทย โดยในช่วงแรก เราจะเน้นผลิต แคปติวา เพื่อรองรับความต้องการในประเทศ ต่อจากนั้น เราจึงจะส่งออก
แคปติวา ที่ผลิตโดยคนไทย สู่ตลาดโลก ผมมั่นใจว่า แคปติวา รถที่ล้ำหน้า สมดุล และทันสมัย จะมัดใจผู้ใช้รถจากทั่วโลกอย่างแน่นอน

ความสำเร็จทั้งหลายเหล่านี้ จะเป็นไปไม่ได้เลย หากปราศจากความพยายาม และความทุ่มเท ของพวกเราชาวจีเอ็มทุกท่าน และอาจจะไม่มีใครรับรู้ถึงความสำเร็จเหล่านี้เลย หากขาดซึ่งแรงสนับสนุนจากเพื่อน ๆ สื่อมวลชน ขอบคุณครับ (นำการปรบมือให้สื่อมวลชน) ในโอกาสนี้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้สื่อประสบการณ์อย่างเต็มที่ในอีกก้าวหนึ่งของเชฟโรเลต กับ แคปติวา ที่เปิดมุมมองใหม่แห่งประวัติศาสตร์ยานยนต์ไทย

ก่อนที่ผมจะส่งต่อเวทีนี้ให้กับ คุณธงชัย ผู้จำหน่ายเชฟโรเลตที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง จากเครือวิระยะกรุ๊ป ขึ้นกล่าวในฐานะตัวแทนจากเครือข่ายผู้จำหน่ายเชฟโรเลตทั้งหมด 103 สาขา ทั่วประเทศ และแสดงความเชื่อมั่นต่อ “เอสยูวีที่ล้ำหน้า” อย่างเชฟโรเลต แคปติวา

ขอบคุณครับ

ซาวด์คอนเซฟท์ ที่ฉัฐชัย ซาวด์โปรเจ็ค พุทธมณฑลสาย 4




















รายงานข่าวความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2550 5 ภาพบนสุด สรุปแล้ววีโก้คันนี้ยังมีซับ 15 นิ้ว อีก 5 คู่ ซ่อนอยู่ที่กระบะท้าย อัดลงพื้น วันเสาร์ที่เจ้าของรถมีโครงการณ์จะนำไปโชว์แถวคลอง 5 แฟน ๆ รถแข่งยามแดดร่มลมตกตามไปดูได้ หากไม่มีอะไรผิดพลาดเป็นได้กระฮึ่มแน่ ๆ

สยาม ไวเนอรี่ “ปาร์ตี้ เดลิเวอร์ลี่” ณ งาน THAIFEX 07



ข่าวจาก.สยาม ไวเนอรี่
ส่ง “ปาร์ตี้ เดลิเวอร์ลี่” ออกให้บริการในงาน THAIFEX – World of Food ASIA 2007



กรุงเทพมหานคร 19 มิถุนายน 2550 สยาม ไวเนอรี่ ผู้ผลิตเครื่องดื่มที่ทำมาจากองุ่นชั้นนำของประเทศไทย อันได้แก่สปาย ไวน์คลูเลอร์ สปาย ค๊อกเท็ล ไวน์ไทย มอนซูน แวลลี่ย์ เพรสโก้ และสบายอันโด่งดัง ขอร่วมโชว์ศักยภาพและพร้อมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวไปสู่โลกของการผลิตไวน์ และผลิตภัณฑ์จากองุ่นที่มีคุณภาพแห่งเอเชีย ในงาน THAIFEX – World of Food ASIA 2007

โดยในปีนี้สยาม ไวเนอรี่ได้เตรียมขนผลิตภัณฑ์ทั้งหมดมาแนะนำให้ผู้เข้าชมงานได้รู้จัก สัมผัส และลิ้มรสกันอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้จะทำการเปิดตัว “ปาร์ตี้ เดลิเวอร์ลี่” ซึ่งเป็นบริการรูปแบบใหม่ที่จะมาสร้างความสุขในทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด งานเลี้ยงสังสรรค์ งานแต่งงานให้รื่นรมย์ไปกับเครื่องดื่มรูปแบบต่างๆในบรรยากาศที่คุณสร้างสรรค์เองได้ โดยทางสยาม ไวเนอรี่จะมีทีมบริการจัดตั้งซุ้มเครื่องดื่ม สีสันสวยงามโดนใจ ในทุกผลิตภัณฑ์
********************************************************************

งานนี้ได้รับความสนใจจากคอไวน์ทั้งมือใหม่และระดับไวน์กูรูก็มาเมียงมองหลายคนด้วยกัน

********************************************************************


คำบรรยายภาพ (ล่าง): แดเนียล ชวาล์บ (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายการตลาดและขาย พร้อมด้วย สมิทธิ จีรนันท์ (ที่ 4 จากขวา) ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจต่างประเทศ สยาม ไวเนอรี่ถ่ายภาพร่วมกันในงานเปิดตัว“ปาร์ตี้ เดลิเวอร์ลี่” ณ งานTHAIFEX 07

19 มิ.ย. 2550

ที่นี่มี ทางออก...สำหรับคนไทยในยุคน้ำมันแพง




ทางออก...ของคนไทยในยุคน้ำมันแพง !!!

ความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบในปัจจุบัน ได้กลายเป็นปัญหาหลักทั่วโลก ของภาคอุตสาหกรรมและส่งผลกระทบโดยตรงกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการทุกราย ทุกขนาด ต่างขวนขวายหากลยุทธ์เพื่อบริหารจัดการลดต้นทุนด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นการจัดระบบการขนส่งให้มีประสิทธิภาพ การลดกำลังการผลิต หรือแม้กระทั่งการที่รัฐบาลมีนโยบายในการผลักดันให้เกิดโครงการรถยนต์ขนาดเล็กประหยัดพลังงาน หรือ อีโคคาร์ ซึ่งเป็นความหวังของรถยนต์ในยุคน้ำมันแพง ที่ขณะนี้กำลังใกล้คลอดและเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น หลังจากที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ และสรุปโครงสร้างการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตไว้ที่ 17% โดยมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ตุลาคม 2552นี้
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ทางภาครัฐพยายามผลักดันให้เกิดโครงการใหม่ๆที่รองรับความต้องการในปัจจุบันอย่างอีโคคาร์ให้กลับขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งเป็นความหวังของประชาชนทั่วไปที่ต้องการมีรถยนต์ขนาดเล็ก ราคาประหยัด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้ในยามที่ราคาน้ำมันแพงลิตรละเกือบ 30 บาท
ในขณะที่พลังงานที่คุ้นเคยอย่างน้ำมันซึ่งราคาสูงกำลังกลายเป็นตัวปัญหา ทางออกของคนไทยในยุคนี้คงจะหนีไม่พ้น ที่จะหาหนทางหรือวิธีลดการใช้พลังงานในภาคการผลิต หรือในชีวิตประจำวัน โดยการใช้พลังงานทางเลือก พลังงานทดแทน ไม่ว่าจะเป็น ก๊าซธรรมชาติ ไบโอดีเซล ก๊าซเอ็นจีวี รถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์ การผลักดันให้เกิดโครงการอีโคคาร์ รวมไปถึงการลดการใช้น้ำมันในภาคการขนส่ง โดยให้ผู้ขับขี่รถยนต์ ผู้ประกอบการกิจการขนส่ง หันไปใช้แก๊สธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงทดแทนน้ำมัน เพราะมีราคาถูกกว่า ใช้แล้วไม่มีปัญหาเกิดขึ้นกับเครื่องยนต์
อย่างไรก็ตามด้วยสภาวะวิกฤติราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลทำให้ผู้ประกอบการไม่ได้คาดหวังจะให้พลังงานทดแทนเป็นตัวช่วยทั้งหมด หรือมาแทนที่พลังงานที่ใช้อยู่เดิม หลายรายคาดหวังเพียงผ่อนหนักให้เป็นเบา โดยการนำเอาอุปกรณ์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ นวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น รวมถึงผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ไทยในปัจจุบันได้มีการพัฒนาการผลิตชิ้นส่วนหรือนวัตกรรมใหม่ๆ นี้มาอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นแรงเสริมในการประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่าย อันที่จริงแล้วคนไทยสามารถผลิตชิ้นส่วนที่ได้คุณภาพจนเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก แต่การหาตลาดในต่างประเทศนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย การเปิดตลาดกับคู่ค้ารายใหญ่ หรือหาผู้ซื้อที่ตรงกันนั้นเป็นเรื่องที่ยากมากกว่า
ข่าวดีก็คือ ผู้ประกอบการชาวไทยกำลังจะมีทางเลือกในการแก้ปัญหาข้างต้น โดยประเทศไทยจะมีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดงาน Automechanika Thailand 2008 ขึ้นเป็นครั้งที่สองนับจากปี 2549 ซึ่งงาน Automechanika Thailand 2008 นี้ จัดขึ้นโดยความร่วมมือของบริษัท International Promotion & Exhibition Co., Ltd. หรือ IPEX และ Messe Frankfurt (HK) Ltd บริษัทชั้นนำในการจัดงานแสดงสินค้าระดับโลก งาน Automechanika เป็นหนึ่งในสุดยอดงานแสดงสินค้าด้านชิ้นส่วนยานยนต์ ของโลก ซึ่งจัดกระจายอยู่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นแฟรงค์เฟิร์ต อิสตันบูล เซี่ยงไฮ้ เม็กซิโก เป็นต้น ตลอดมางาน Automechanika เป็นเสมือนศูนย์กลางเทคโนโลยีชิ้นส่วนยานยนต์ แหล่งพบปะแลกเปลี่ยนทางธุรกิจที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ผู้ซื้อ ตัวแทนจำหน่ายก็ตาม
งาน Automechanika Thailand 2008 จะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 6 – 9 มีนาคม พ.ศ. 2551 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี โดยในงานจัดแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ 6 โซน ครอบคลุมธุรกิจ เทคโนโลยีหลักของอุตสาหกรรม ดังนี้ 1. กลุ่มชิ้นส่วนและระบบ 2. กลุ่ม
อุปกรณ์ตกแต่งและการปรับระบบ 3.กลุ่มสินค้าสำหรับงานซ่อมและการบำรุงรักษา 4. กลุ่มสินค้า
สำหรับศูนย์บริการและล้างรถ 5.กลุ่มสินค้าชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ 6. ระบบไอทีในรถยนต์ ซึ่งสองกลุ่มหลังเป็นโซนใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาพิเศษในปีนี้ เพื่อตอบสนองการขยายตัวของการใช้รถจักรยานยนต์ในแถบเอเชีย และอุตสาหกรรมไอทีในระบบรถยนต์
งาน Automechanika เป็นงานแสดงสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก เป็นงานใหญ่ที่คนในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกรู้จัก ไม่เพียงเท่านั้น Automechanika Thailand 2008 ยังได้รับความร่วมมือและแรงสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน เต็มที่ โดยมีผู้ให้การสนับสนุนดังนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หน่วย BUILD ของบีโอไอ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย สถาบันไทยเยอรมัน สถาบันยานยนต์ เป็นต้น งานนี้ถือเป็นการรวบรวมนักธุรกิจ ผู้ประกอบการในวงการอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์จากทุกมุมโลก เข้ามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านเทคโนโลยี ตลอดจนการเจรจาซื้อขายธุรกิจ จึงนับเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ประกอบการไทย ที่จะใช้เวทีนี้เป็นประตูการค้า และเปิดช่องทางการตลาดเพื่อต่อยอดธุรกิจให้เติบโตระดับนานาชาติ ตลอดจนสร้างเสริมศักยภาพทางการแข่งขันกับประเทศต่างๆ เพื่อก้าวไปสู่ตลาดโลกในอนาคต

เชิญสัมผัส มอนซูนแวลลี่ย์ ในงาน “ไทยไวน์ ไทย ทาปาส”


สยาม ไวเนอรี่ มอนซูนแวลลี่ย์ ร่วมกับ

พลาซ่า แอทธินีจัด “ไทยไวน์ ไทยทาปาส” ครั้งที่ 2



จากความสำเร็จในปีที่ผ่านมาของ “ไทยไวน์ ไทย ทาปาส” ในปีนี้สยาม ไวเนอรี่ ผู้ผลิตไวน์ไทยชั้นนำคุณภาพเลิศ

เจ้าของไวน์มอนซูน แวลลี่ย์อันโด่งดัง ร่วมกับโรงแรมพลาซ่า แอทธินี, รอยัล เมอริเดียน กลับมาอีกครั้งกับ “ไทยไวน์ ไทย ทาปาส”

ครั้งที่สอง ที่ได้เชฟสุขสันต์ ชุตินธราทิพย์ มาคัดสรรค์ความอร่อยของอาหารไทยประยุกต์สุดสร้างสรรค์พร้อมบรรจงเสริฟ์ไปกับ

ไวน์ไทยชั้นเลิศของมอนซูนแวลลี่ย์ อันได้แก่ ไวน์ขาวมะละกา บลอง โคลอมบาร์ด โรเซ่ ไวน์แดงป๊อกดำ



พร้อมกันนี้จะมีการเปิดตัว 2 รสชาติใหม่ อันได้แก่ไวน์ขาว ชีราซครั้งแรกของเมืองไทยและไวน์แดง มุสกัส

ที่คุณจะได้ลิ้มลองรสชาติความหอมละมุนก่อนใคร ได้ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน ศกนี้เป็นต้นไป สำรองที่นั่งในบรรยากาศสบาย ๆ

เคล้าคลอเสียงเพลงสไตส์แจ๊ส ณ เดอะ กลาสซ์ บาร์ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน โทร. 0 2650 8800 ต่อ 4324

*************************************************************************

ท่านท่สนใจเรื่องไวน์ ขอวงกลุ่มสยามไวน์เนอรี่ลองเข้าไปที่




www.siamwinery.com www.spywinecooler.com www.monsoonvalleywine.com www.FRESCOwine.com www.sabaispritzer.com

Mercedes-Benz C-Class หามาใช้ได้ง่ายขึ้น






เมอร์เซเดส-เบนซ์ บุกตลาดกลางปีด้วยแคมเปญใหม่สำหรับ C-Class
โอกาสครอบครองยนตรกรรม Mercedes-Benz C-Class ได้ง่ายขึ้น

บริษัท เดมเลอร์ไครสเลอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัวแคมเปญใหม่ด้วย 3 เงื่อนไขโดนใจ สำหรับลูกค้าทั่วไปและลูกค้าองค์กรที่ต้องการครอบครองรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาส ไม่ว่าจะเป็นรุ่น C 180 Elegance, C 180 KOMPRESSOR Sport Edition, C 220 CDI, C 230 2.5 Elegance และ C 230 2.5 Sports AMG ด้วยแคมเปญใหม่สุดพิเศษทั้ง Drive Free ที่ให้สิทธินำรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาส ไปขับฟรีๆ นานสูงสุดถึง 3 เดือนโดยบริษัทฯเป็นฝ่ายรับภาระผ่อนนานสูงสุดถึง 3 เดือน *, Easy in Easy out โดยชำระเงินดาวน์เพียง 499,000 บาท ผ่อนสบาย ๆ เพียง 33,000 บาท ต่อเดือน สำหรับรุ่น C 220 CDI เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขสุดพิเศษที่เรียกว่า Drive 360 อันเป็นสิทธิพิเศษเฉพาะกลุ่มลูกค้าองค์กร
**********************************************************************

โอกาสพิเศษสำหรับลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซื้อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์วันนี้รับสิทธิประโยชน์ในการขับฟรีนานสูงสุดถึง 3 เดือนโดยบริษัทฯเป็นฝ่ายรับภาระผ่อนนานสูงสุดถึง 3 เดือน* (ทั้งนี้แล้วแต่รถแต่ละรุ่น)

**********************************************************************

วิธีง่าย ๆ ในการบริหารเงินสำหรับท่านที่ต้องการเป็นเจ้ารถยนต์เมอร์เซเดส- เบนซ์วันนี้
• เงินดาวน์เพียง 499,000** บาท
• ชำระต่อเดือนเพียง 33,000**บาท
• ประหยัดสูงสุดถึง 540,000*** บาท
• หลากหลายทางเลือกเมื่อสิ้นสุดสัญญา
** สำหรับรถรุ่น C 220 CDI
*** ส่วนลดดังกล่าวลูกค้าจะได้รับต่อเมื่อผ่อนครบตามสัญญาระบุเท่านั้น
***********************************************************************

สิทธิประโยชน์รอบด้านเฉพาะกลุ่มลูกค้าองค์กร มัดจำเพียง 360,000 บาท ค่าเช่า 36,000 บาท พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเต็มจำนวนตลอดอายุสัญญา

***********************************************************************

นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท เดมเลอร์ไครสเลอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “สืบเนื่องจากกระแสตอบรับของลูกค้าที่มีต่อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง เราจึงได้เปิดตัวแคมเปญใหม่ที่มีความยืดหยุ่นและเหมาะสมกับให้สิทธิประโยชน์มากกว่าถึง 3 รูปแบบที่ทำให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ง่ายขึ้น และถือเป็นการตอบแทนลูกค้าที่ได้ให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยดีเสมอมา”

“และแม้ว่าปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจจะอยู่ในช่วงที่ชะลอตัว แต่เรามั่นใจว่าแคมเปญใหม่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ สำหรับรุ่นซี-คลาส นี้จะไม่เป็นการสร้างภาระทางการเงินให้กับลูกค้าอย่างแน่นอนเพราะเราได้นำความต้องการของลูกค้ามาศึกษาเพื่อออกแบบเงื่อนไขที่มีความยืดหยุ่นและเหมาะสมกับศักยภาพของลูกค้าแต่ละกลุ่มมากขึ้น ด้วยรูปแบบของการดาวน์ต่ำ หรือดอกเบี้ย 0 % หรือเลือกการผ่อนชำระในอัตราพิเศษในรูปแบบที่หลากหลาย รวมถึงสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่เป็นกลุ่มบริษัท หรือนิติบุคคล ฉะนั้นเราจึงมั่นใจว่าแคมเปญพิเศษดังกล่าวนี้จะได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีและประสบความสำเร็จเช่นที่ผ่านมา”

แคมเปญส่งเสริมการขายของรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ C-Class ข้างบนดังกล่าวเริ่มแล้วตั้งแต่ 18 พฤษภาคม ถึง 31 สิงหาคมนี้เท่านั้น สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอทดสอบรถได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ


Mercedes-Benz C-Class

รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ C-Class จัดได้ว่าเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วโลกโดยมีสัดส่วนมากถึง 65 % ของยอดขายของรถในอนุกรมนี้ทุกรุ่น นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2543 ที่รถเมอร์เซเดส-เบนซ์ C-Class (หรือเป็นที่รู้จักในรหัส W203) ได้เปิดตัวเข้าสู่ตลาดโลก และมีผู้ครอบครองรถยนต์รุ่นนี้กว่า 885,000 คนทั่วโลก รูปแบบของการดีไซน์มีให้เลือก 3 แบบด้วยกันคือ ELEGANCE, AVANTGARDE และ CLASSIC

เมอร์เซเดส-เบนซ์ C-Class เป็นซาลูนที่ตอบรับรูปแบบการใช้ชีวิตทันสมัยได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยเส้นสายที่โค้งมนบนความโฉบเฉี่ยวท้าทาย ปราดเปรียว ว่องไวด้วยเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง นอกจากนี้ DIRECT CONTROL ระบบกันสะเทือนอันเป็นเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนอันเหนือชั้นที่ผสานการทำงานของพวงมาลัย เกียร์และระบบกันสะเทือนเข้าไว้เป็นหนึ่งเดียว ยังช่วยให้การขับเคลื่อนโดยเฉพาะการเลี้ยวโค้งเป็นไปอย่างเร้าใจมากยิ่งขึ้น ภายในห้องโดยสารสะดวกสบายและครบครันด้วยระบบและอุปกรณ์ต่าง ๆ มากมาย ตกแต่งทุกรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน พร้อมเบาะนั่งดีไซน์พิเศษรับสรีระอย่างลงตัว ยิ่งไปกว่านั้น รถเมอร์เซเดส-เบนซ์ C-Class ยังได้รับการติดตั้งนวัตกรรมความปลอดภัยที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ค้นคว้าวิจัยขึ้น อาทิ โปรแกรมควบคุมการ

ทรงตัวอัตโนมัติ ESP® จะทำงานอัตโนมัติเสี้ยววินาทีเมื่อรถลื่นไถล ระบบเบรก BAS จะคำนวณแรงเบรกอัตโนมัติเพื่อให้รถหยุดอย่างรวดเร็วแบบปลอดภัย ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้างและม่านถุงลมนิรภัยจะทำงานทันทีตามแรงปะทะซึ่งคำนวณโดยระบบเซ็นเซอร์ ซึ่งระบบความปลอดภัยนี้ได้ผ่านการทดสอบการชนตามมาตรฐานของ European NCAP (New Car Assessment Programme) และได้รับคะแนนการจัดลำดับให้มีความปลอดภัยระดับ 5 ดาว ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สูงที่สุดในการทดสอบ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ C-Class มีให้เลือกตั้งแต่เครื่องยนต์ 4 สูบและ 6 สูบ ทั้งเครื่องยนต์เบนซินที่มีขนาดความจุ 1.8 ลิตรและเครื่องยนต์ CDI ที่มากับความแรงขนาด 2.2 ลิตร นอกจากนี้ยังมีรุ่น C 230 2.5 ที่เป็นเครื่องยนต์ V6 ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 245 นิวตันเมตรที่ 2,900-5,500 รอบ/นาที ให้อัตราเร่ง 0-100 กม/ชม. ภายใน 8.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 238 กม/ชม.

C-Class Saloon Model Range

รุ่น เครื่องยนต์/ซีซี กำลังเครื่องยนต์ ราคา
C 180 KOMPRESSOR Sport Edition 1,796 105/143 2,550,000
C 180 KOMPRESSOR Elegance 1,796 105/143 2,750,000
C 220 CDI Elegance 2,148 110/150 2,950,000
C 230 KOMPRESSOR Elegance 1,796 141/192 3,190,000
C 230 KOMPRESSOR Avantgarde 1,796 141/192 3,290,000
C 230 2.5 Elegance 2,497 150/204 3,290,000
C 230 2.5 Avantgarde Sports AMG 2,497 150/204 3,490,000

***********************************************************
หมายเหตุ.ขอมูลจากเบนซ์

17 มิ.ย. 2550

ลองนั่งรถแข่ง/โกคาร์ท












นอกจากดูเฉย ๆ ยังมีโอกาสได้ลองนั่งรถแข่งอีกด้วย ด้านหน้าสนามมีโกคาร์ท และกิจกรรมหลายอย่าง รวมทั้งคอนเสิร์ต และสวนสนุกย่อย ๆ สนใจก็ต้องรอครั้งที่ 3-4-5

ภาพน่ามองในงานฮอนด้าเฟส ครั้งที่ 2