15 ส.ค. 2551

Ford ผลิตเก๋งเล็กรุ่นล่าสุดของโลก “เฟียสต้า”



Ford เริ่มผลิตเก๋งเล็กรุ่นล่าสุดของโลก “เฟียสต้า”

• ฟอร์ด เฟียสต้าเจเนอเรชั่นใหม่คันแรกของโลกจากสายการผลิตที่เมืองโคโลญ เผยโฉมสู่ตลาดโลกครั้งแรกวันนี้
• เฟียสต้าเจเนอเรชั่นใหม่ถูกพัฒนาขึ้นในยุโรปเพื่อสนองตอบความต้องการของลูกค้าทั่วโลก
• ฟอร์ดผลิตและจำหน่ายเฟียสต้าในยุโรป อเมริกา และเอเชีย และจะทยอยวางตลาดทั่วโลกตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงปี 2553
• นับตั้งแต่ปี 2522 เป็นต้นมา โรงงานฟอร์ดที่เมืองโคโลญได้ผลิตฟอร์ด เฟียสต้าออกสู่ตลาดแล้วกว่า 5.3 ล้านคัน

โคโลญ เยอรมนี 14 สิงหาคม 2551 -- “เฟียสต้า เจเนอเรชั่นใหม่” รถยนต์นั่งขนาดเล็กระดับโลกรุ่นแรกของฟอร์ด ได้เริ่มการผลิตเพื่อจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ที่โรงงานที่เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี
 
ฟอร์ด เฟียสต้ารุ่นใหม่หมดตั้งแต่หัวจดท้ายถูกสร้างสรรค์และพัฒนาขึ้นจากฝ่ายพัฒนา
ผลิตภัณฑ์ของฟอร์ดในยุโรป เพื่อตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของลูกค้าฟอร์ดทั่วโลก

ฟอร์ดเฟียสต้าเจเนอเรชั่นใหม่นับเป็นแม่แบบของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับโลกในอนาคตของฟอร์ดที่ผนึกกำลังทั่วโลกเข้าด้วยกัน ทั้งทวีปยุโรป อเมริกา และเอเชีย โดยที่แต่ละภูมิภาคสามารถพัฒนาฟอร์ด เฟียสต้าใหม่ให้มีคุณสมบัติเฉพาะเหมาะกับความต้องการของแต่ละประเทศได้โดยจะเริ่มวางตลาด ทั่วโลกตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงปี 2553 และเปิดตัวในยุโรปเป็นภูมิภาคแรก 

โรงงานฟอร์ดที่เมืองโคโลญได้รับเกียรติให้เป็นโรงงานแห่งแรกในโลกที่ผลิตฟอร์ด เฟียสต้าเจเนอเรชั่นใหม่ จากนั้นในเดือนมกราคม 2552 โรงงานของฟอร์ดที่เมืองวาเลนเซียประเทศสเปนจะเริ่มผลิตเฟียสต้าใหม่เช่นกัน และในช่วงปลายปี 2551 ไปจนถึงต้นปี 2553 ก็ยังมีโรงงานที่เมืองนานจิง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โรงงานที่จังหวัดระยองในประเทศไทย และโรงงานที่เมืองคูอัวทิทลานในประเทศเม็กซิโก ที่จะเริ่มเปิดสายการผลิตเพื่อป้อนตลาดในภูมิภาคของตนเอง

มร. อลัน มูลาลลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี กล่าวผ่านการประชุมทางวีดิโอกับพนักงานฟอร์ดในยุโรปในงานฉลองที่เมืองโคโลญว่า “วันนี้เราได้ร่วมกันฉลองการเริ่มต้นยุคใหม่ของฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ด้วยรถยนต์คันแรกจากโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับโลกของเราที่มีความโดดเด่นมาก นั่นก็คือ ฟอร์ด เฟียสต้า อันเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ “One Ford” ของเรา หรือความมุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทระดับโลกหนึ่งเดียวที่ออกแบบและผลิตรถยนต์สำหรับลูกค้าทั่วโลก ขอให้พนักงานภูมิใจต่อความสำเร็จอย่างสูงที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการทำให้รถยนต์รุ่นนี้เกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และเป็นที่กล่าวขวัญถึงทั่วโลก”

ฟอร์ดได้ลงทุน 455 ล้านยูโรในการปรับโครงสร้างและพัฒนาโรงงานที่เมืองโคโลญให้เป็นฐาน
การผลิตฟอร์ด เฟียสต้าใหม่

ฟอร์ด เฟียสต้าเจเนอเรชั่นใหม่ผลิตขึ้นด้วยเทคนิคที่ซับซ้อนเช่นเดียวกับที่
ใช้ในการผลิตรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตของฟอร์ดได้นำเทคนิคเหล่านี้ไปติดตั้งในโรงงานที่เมืองโคโลญ โดยที่ไม่กระทบกับการผลิตฟอร์ด เฟียสต้าที่มีอยู่เลย เนื่องจากทีมผลิตฟอร์ด เฟียสต้ารุ่นใหม่ได้เข้าไปติดตั้งและทดสอบระบบใหม่บนสายการผลิตที่มีอยู่เดิมในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และได้มีการฝึกอบรมพนักงานประจำสายการผลิตรวมทิ้งสิ้น 50,000 ชั่วโมง ทั้งกับรถยนต์ที่ไม่ได้นำขึ้นสายการผลิตและบนสายการผลิต ตัวอย่างเช่น ทีมผลิตได้ฝึกซ้อมการประกอบรถบนสายการผลิตจริง ก่อนจะแยกชิ้นส่วนออกและฝึกประกอบเข้าไปใหม่เป็นประจำทุกวันติดต่อกันถึง 6 สัปดาห์ 

ในปี 2551 ฟอร์ดมีแผนที่จะผลิตฟอร์ด เฟียสต้าใหม่ที่ในเมืองโคโลญเป็นจำนวน 148,000 คัน โดยเมื่อใช้กำลังการผลิตเต็มที่ โรงงานแห่งนี้จะสามารถผลิตรถยนต์ฟอร์ด เฟียสต้า และฟอร์ด ฟิวชั่น รวมกันได้ถึงวันละ 1,900 คัน โดยทำงานวันละ 3 กะ

มร. จอห์น เฟลมมิ่ง ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟอร์ด ยุโรป เปิดเผยว่า “ฟอร์ด เฟียสต้าใหม่เป็นรถยนต์ที่มีความพิเศษสำหรับฟอร์ดในยุโรปและลูกค้าของเรา เพราะตลอด 32 ปีที่ผ่านมาชื่อของ ฟอร์ด เฟียสต้าเป็นรถยนต์ที่ขายดีอันดับหนึ่งของยุโรปมาตลอด”

“เพราะเฟียสต้า มีรูปลักษณ์การดีไซน์โดดเด่น และเปี่ยมคุณภาพ จึงทำให้ได้รับความนิยมจากทั้งคนรุ่นใหม่ที่จะซื้อเฟียสต้าและลูกค้าเดิมที่เรามีอยู่ เราเชื่อว่าความสำเร็จที่ผ่านมาจะช่วยให้ฟอร์ด เฟียสต้าใหม่ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น” นายเฟลมมิ่งกล่าวเสริม

ฟอร์ด เฟียสต้าเปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลกเมื่อปี 2519 จนถึงปัจจุบัน ฟอร์ดได้จำหน่ายเฟียสต้าไปแล้วมากถึง 12 ล้านคัน และมีลูกค้ากว่า 400,000 รายในปี 2550 สถิติดังกล่าวชี้ให้เห็นได้ชัดเจนว่าฟอร์ด เฟียสต้าประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมมายาวนาน

ฟอร์ด เฟียสต้าเจเนอเรชั่นใหม่ มีรูปลักษณ์การดีไซน์ภายนอกและการตกแต่งภายในที่ปราดเปรียวมีสไตล์ ดึงดูดทุกสายตาด้วยการใช้สีสันที่สดใส และชิ้นส่วนในการผลิตที่มีคุณภาพสูง รถยนต์รุ่นนี้ ยังคงคุณลักษณะที่โดดเด่นของเฟียสต้าไว้อย่างครบครัน ทั้งสไตล์ ประสิทธิภาพ และคุณภาพการขับขี่ที่น่าประทับใจ

องค์กรต่างๆแม้ไม่ได้อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ต่างก็ยอมรับว่าโรงงานผลิตเฟียสต้าในเมืองโคโลญมีประสิทธิภาพสูงสุดในยุโรป ในปี 2550 โรงงานแห่งนี้ผลิต ฟอร์ด เฟียสต้าและฟอร์ด ฟิวชั่นได้รวม 410,900 คัน รถยนต์กว่า 85 เปอร์เซ็นต์ที่ผลิตในเมืองโคโลญเมื่อปีที่แล้วถูกส่งออกไปยังกว่า 50 ประเทศทั่วโลก โรงงานแห่งนี้มีพนักงานกว่า 4,000 คน

ต้นปีนี้ฟอร์ดเริ่มใช้พลังงานไฟฟ้าทางเลือกจากแหล่งใหม่เพื่อทดแทนพลังงานไฟฟ้าที่ต้องใช้ในการผลิตฟอร์ด เฟียสต้าและโรงงานผลิตในโคโลญ จากโครงการนี้ทำให้ฟอร์ดสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ถึง 190,000 ตันต่อปี เป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นที่ฟอร์ดจะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ตลอดวงจรอายุการใช้งาน

มร. จิม เททรีออลท์ รองประธานฝ่ายการผลิต ฟอร์ด ในยุโรป กล่าวว่า “เราภูมิใจในโรงงานประกอบรถยนต์ในโคโลญและรถยนต์ที่เราผลิต ณ โรงงานแห่งนี้ สำหรับเฟียสต้านั้น นอกจากจะเป็นการนำนวัตกรรมการออกแบบและวิศวกรรมยานยนต์มาสู่ตลาดรถยนต์ขนาดเล็กแล้ว ยังได้ทำให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ในการผลิตอีกด้วย”

“เฟียสต้าใหม่นี้แข็งแกร่ง ทนทาน และปลอดภัย เพราะเทคโนโลยีใหม่ในการผลิตตัวถังทำให้เราสามารถผลิตรถยนต์ที่มีน้ำหนักเบา แต่แข็งแกร่งเนื่องจากใช้เหล็กเสริมแรง เราผลิตฟอร์ด เฟียสต้าด้วยความประณีต พิถีพิถันและความแม่นยำ เพราะเรามีพนักงานที่ทุ่มเทและมีประสิทธิภาพยากจะหาใครเทียมได้” นายเททรีออลท์กล่าว
หมายเหตุ:
ในพิธีเปิดสายการผลิตในวันนี้ ฟอร์ดได้รับเกียรติจาก ดร. ยือร์เกน รัทท์เกอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งแคว้นนอร์ธไรน์ เวสต์ฟาเลียและเบอเกอร์ไมสเตอร์แห่งโคโลญ และโจเซฟ มุลเลอร์ มาร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมี จิม เททรีออลท์ รองประธานฝ่ายการผลิต ฟอร์ดในยุโรปและเบิร์นฮาร์ด แมทส์ ประธานคณะกรรมการ ฟอร์ดในเยอรมัน เป็นผู้แทนของฟอร์ด

สามารถดาวน์โหลดภาพและวีดิโอเกี่ยวกับงานนี้ได้จากเว็บไซต์ http://media.ford.com