26 ส.ค. 2550

CAPTIVA ดีเซล แพงกว่าหนึ่งแสน คุ้มหรือไม่?






จากการลุยในเส้นทางหลายรูปแบบท่ามกลางสายฝนในป่ากาญจนบุรี เมื่อเทียมสมรรถนะกับรุ่นเบนซิน 2.4 LT ขับ 4 ล้ออัตโนมัติ ซึ่งมีเครื่องยนต์พลัง 136 แรงม้า ที่ 5000 รอบ/นาที แล้ว รุ่นดีเซล VCDi 2.0 LT พลัง 150 แรงม้าที่ 4000 รบ/นาที ดูจะมีภาษีกว่า แม้ว่าทั้งสองรุ่นจะใช้อัตราทดเกียร์เดียวกัน แต่เฟืองท้ายของดีเซลทดน้อยกว่า คือ 2.397 แทนที่จะเป็น 2.606 แบบ รุ่นเบนซิน

อัตราทดที่น้อยกว่าหมายถึงเครื่องยนต์ทำงานที่รอบต่ำกว่า เมื่อต้องการความเร็วเท่ากัน

แม้น้ำหนักตัวเปล่ารุ่นดีเซลขับ 4 ล้อ อัตโนมัติจะหนักกว่าประมาณ 50 กิโลกรัม ก็ยังได้เปรียบในแง่ประสิทธิภาพทางความร้อนของเครื่องยนต์เอง เนื่องจากเครื่องยนต์ดีเซลในตัวของมันเองสามารถใช้ค่าความร้อนจากเชื้อเพลิงเปลี่ยนเป็นพลังงานกลได้ประสิทธิภาพสูงกว่าอยู่แล้ว

สังเกตุง่าย ๆ จากอัตราส่วนการอัดในกระบอกสูบสูงถึง 17.5/1 เมื่อเทียบกับเบนซิน 9.6/1 จะเ็นว่าเกิดการอัดในกระบอกสูบสูงมาก จึงเกิดแรงบิดมากตามออกมาด้วย คือได้ที่ 320 นิวตัน-เมตร ที่ 2000 รอบ/นาที กับเครื่องเบนซิน 2.4 อยู่ท่ี 220 นิวตัน-เมตร ท่ี 2200 รอบ/นาที

ได้ระบบอัดอากาศเทอร์โบแปรผันเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพทางปริมาตรของอากาศท่ีชาร์ตเข้าสู่ห้องเผาไหม้ ทำให้ดีเซล เครื่องนี้ของแคปติวา โดยรวมแล้วน่าใช้มาก

เสียงเงียบ อัตราเร่งดี เวลาขับแทบไม่รู้ว่าคือเครื่องยนต์ดีเซล

ขณะทดสอบกว่า 277 กิโลเมตร อัตราความสิ้นเปลืองน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 10.8 กิโลเมตร/ลิตร ครับ

เมื่อเทียบกับอัตราความสิ้นเปลืองเฉลี่ยประมาณ 11.9 กิโลเมตร/ลิตร ของเครื่องเบนซิน 2.4 LT แล้วผู้
ใช้ต้องต้องสินใจเอาเองว่าจะเลือกแบบไหนดี

แต่อัตราความสิ้นเปลืองของดีเซลมีเงื่อนไขการทำงานหนักกว่าเนื่องจากต้องลุยทางวิบากที่ระบบขับเคลื่อนต้องเป็น 4 ล้อ มากกว่า โดยเฉพาะในการทดสอบช่วงที่ 2 ถึง 82.8 กิโลเมตร เป็นทางออฟโรดที่ผิวทางไม่ราบเรียบเป็นส่วนมาก

แต่เมื่อคำนึงถึงระบบช่วยต่าง ๆ ในการทรงตัว ในการต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงขณะขับลงเขาได้ปลอดภัยกว่าแล้ว ดีเซลน่าใช้กว่ามาก

หากรัฐบาลยังควบคุมราคาดีเซลให้ถูกกว่าเบนซินตลอดไปยิ่งน่าเลือกใช้ทั้ง ๆ ที่แพงกว่า 1 แสนบาท

**********************************************